รากฟันเทียม คืออะไร ทำไมต้องทำรากฟันเทียมระบบ Digital

“การทำรากฟันเทียม เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดของผมและคุณแม่” หนึ่งในประโยคจากปากของลูกชายที่พาคุณแม่เข้ารับฝังรากฟันเทียมที่ Smile Seasons


สำหรับผู้ที่สูญเสียฟันไป รากฟันเทียมถือเป็นสิ่งดีรองลงมาจากฟันธรรมชาติ สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตขึ้นได้อย่างมหาศาล หากคุณกำลังสนใจทำรากฟันเทียม นี่คือบทความที่คุณไม่ควรพลาด

Play Video about โปรโมชั่นรากฟันเทียม Dental Implant Surgery Promotion

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจเกี่ยวกับรากฟันเทียม

สารบัญ

รากฟันเทียม คืออะไร

รากฟันเทียม คืออะไร

รากฟันเทียม หรือ Dental Implant คืออุปกรณ์พิเศษรูปร่างคล้ายสกรู ซึ่งทำหน้าที่เสมือนรากฟันของคุณ ไม่ว่าคุณจะสูญเสียฟันธรรมชาติไปจากอุบัติเหตุ หรือสาเหตุอื่นๆ รากฟันเทียมทำจากโลหะไททาเนียมแบบพิเศษ ซึ่งออกแบบให้พื้นผิวสามารถเชื่อมติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดี ทำหน้าที่เหมือนกับรากฟัน คอยรับและกระจายแรงบดเคี้ยว และรองรับครอบฟัน ฟันปลอม หรือสะพานฟันที่อยู่ด้านบน

 

คุณสามารถทดแทนฟันของคุณได้หลายวิธี เช่น การใส่ฟันปลอม การทำสะพานฟัน แต่การทำรากฟันเทียม ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทดแทนฟันธรรมชาติของคุณ

รากฟันเทียม กับ สะพานฟัน

  • สะพานฟัน คือทันตกรรมบูรณะรูปแบบหนึ่ง ซึ่งทดแทนฟันด้วยการใส่ฟันเข้าไปในช่องว่างโดยมีส่วนที่ครอบลงบนฟันซี่ข้างเคียงเพื่อยึดสะพานฟันเอาไว้ให้อยู่กับที่
  • จำเป็นต้องมีการกรอฟันซี่ข้างเคียงออก
  • เนื่องจากฟันที่อยู่ตรงกลางไม่มีฐาน หรือรากฟันรองรับทำให้รับแรงได้ไม่ดีเท่ากับรากฟันเทียม
  • เศษอาหารสามารถไปติดระหว่างสะพานฟันกับเหงือกได้ง่ายกว่า

รากฟันเทียม กับ ฟันปลอมถอดได้

  • ฟันปลอมถอดได้มีขั้นตอนการดูแลรักษาเพิ่มเติม คุณจำเป็นต้องถอดฟันปลอมออกมาล้างทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ไม่เหมือนกับรากฟันเทียมที่ติดแน่นอยู่บนขากรรไกร ซึ่งการรักษาสุขภาพช่องปาก เช่นการแปรงฟัน และใช้ไหมขัดฟัน ทุกวันก็เพียงพอ
  • ฟันปลอมมีโอกาสสูญหาย หรือชำรุดได้ง่ายกว่า
  • เนื่องจากฟันปลอมไม่มีส่วนของรากฟัน ทำให้เคี้ยวอาหารได้ยากกว่าการทำรากฟันเทียม
  • ครอบฟันของรากฟันเทียมทำจากเซรามิกมีความสวยงาม เหมือนฟันธรรมชาติมากกว่า ฟันปลอมถอดได้ที่ทำจากอะคริลิคเรซิน

รักษารากฟัน กับ รากฟันเทียม

  • การรักษารากฟัน กับ รากฟันเทียม เป็นการรักษาทางทันตกรรมคนละแบบกัน
  • การรักษารากฟัน เป็นการรักษาเพื่อกำจัดแบคทีเรีย และเนื้อเยื่อในบริเวณคลองรากฟันที่มีการอักเสบ
  • รากฟันเทียม เป็นการทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป ถึงแม้จะมีชื่อคล้ายกันแต่การทั้งสองอย่าง มีช้อบ่งชี้ในการรักษาที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

การทำงานของรากฟันเทียม

หลักการทำงานของรากฟันเทียม คือการพยายามเลียนแบบฟันธรรมชาติให้คล้ายคลึงที่สุด ซึ่งนั่นก็คือรากฟันนั่นเอง เมื่อฝังรากฟันเทียมเสร็จ กระดูกจะค่อยๆ เจริญเติบโตมาเชื่อมกับรากฟันเทียม ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็พยายามจะพัฒนาพื้นผิว และวัสดุของรากฟันเทียม เพื่อกระตุ้นให้กระดูกเติบโตมาเชื่อมกันกับรากฟันเทียมได้ดี

 

การมีรากฟันจะทำให้คุณสามารถเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น นอกจากนั้นแรงกดที่กดลงมายังทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นการสร้างมวลกระดูกใหม่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อสุขภาพของกระดูกขากรรไกรที่แข็งแรง

ใครบ้างที่ควรทำรากฟันเทียม

ข้อบ่งขี้ของรากฟันเทียม ทดแทนฟันธรรมชาติ

เมื่อคุณสูญเสียฟันธรรมชาติไป

หากคุณสูญเสียฟันไปด้วยสาเหตุต่างๆ (ถูกถอน หรืออุบัติเหตุ) คุณควรเข้ารับการทดแทนฟันธรรมชาติโดยเร็ว หากทิ้งไว้นาน ฟันข้างเคียงจะล้มมายังบริเวณที่เป็นช่องว่าง ฟันสู่คบก็อาจมีปัญหา ซึ่งจะทำให้การรักษายุ่งยากซับซ้อน และเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

ข้อบ่งขี้ของรากฟันเทียม ยึดกับฟันปลอม

การฝังรากฟันเทียมร่วมกับฟันปลอม หรือสะพานฟัน

คนไข้ที่ใส่ฟันปลอมถอดได้บางรายมีสันเหงือกเตี้ย ทำให้ฟันปลอมหลุดง่ายเวลาบดเคี้ยวอาหาร การใส่รากฟันเทียมเพื่อเป็นตัวยึดกับฟันปลอมให้แน่นไม่หลุดง่ายจะช่วยแก้ปัญหาได้ คนไข้จะสามารถเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น

หากไม่ทำรากฟันเทียมจะส่งผลกระทบอย่างไร

เมื่อคุณไม่ได้ทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไปด้วยทันตกรรมบูรณะเช่น รากฟันเทียม ฟันและอวัยวะโดยรอบจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ หากทิ้งไว้เอาไว้นาน คุณอาจพบกับปัญหาใหญ่ตามมาในภายหลัง

 

  • ฟันล้ม สบฟันผิดปกติ – เมื่อมีช่องว่างเกิดขึ้น ฟันซี่ข้างเคียงจะล้ม หรือเคลื่อนที่เข้ามาในช่องว่างเสมอ นอกจากจะทำให้ฟันล้มเกแล้ว การสบฟันก็จะผิดปกติตามมาได้
  • กระดูกขากรรไกรละลาย – แรงเคี้ยวเป็นตัวกระตุ้นสำคัญต่อการสร้างมวลกระดูกใหม่ เมื่อฟันหายไปก็ไม่เกิดการกระตุ้น ทำให้กระดูกโดยรอบเสื่อมสภาพได้
  • ปัญหาทันตกรรมอื่นๆ – ฟันที่เรียงตัวผิดปกติ ปัญหาการสบฟัน และกระดูกขากรรไกรที่ละลาย สามารถก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาเช่น ฟันผุ หินปูน เหงือกอักเสบ ฯลฯ
  • ส่งผลต่อการออกเสียง – ฟันเป็นหนึ่งในอวัยวะสำคัญที่เราใช้ช่วยในการพูด ผู้ที่สูญเสียฟันอาจพบปัญหาการออกเสียงบางคำที่ไม่ชัด
  • ดูไม่สวยงามขาดความมั่นใจ – เมื่อคุณสูญเสียฟัน โดยเฉพาะฟันหน้าที่สามารถมองเห็นได้ง่าย หากไม่บูรณะทดแทน ก็อาจส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพของคุณ ทำให้คุณไม่กล้ายิ้ม ไม่กล้าพูด ขาดความมั่นใจ

ทำไมใครๆ ก็ทำรากฟันเทียม

1. ความสวยงาม

การทดแทนฟันด้วยรากฟันเทียมจะทำให้คุณกลับมายิ้มได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

2. เคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น

เนื่องจากรากฟันเทียมสามารถรับแรงได้มาก คุณสามารถทานอาหารได้หลากหลายกว่าเดิม เพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เมื่อทานอาหารได้ร่างกายก็แข็งแรงขึ้น แฮปปี้ทั้งคนไข้และลูกหลาน

ข้อดีรากฟันเทียม พูดชัดขึ้น

3. พูดชัดขึ้น

ฟันเป็นส่วนสำคัญมากต่อการออกเสียง รากฟันเทียมช่วยให้คุณสามารถพูดคำต่างๆ ได้ชัดเจนและถูกต้อง และเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับคุณ

ข้อดีรากฟันเทียม สะดวก

4. สะดวก

รากฟันเทียมนั้นเหมือนกับฟันธรรมชาติของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องถอดออกมาทำความสะอาดเหมือนกับฟันปลอม เพียงแต่แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันตามปกติก็เรียบร้อย

ส่วนประกอบของรากฟันเทียม

เพื่อให้คุณได้สื่อสารกับคุณหมอได้เข้าใจมากขึ้น เราจึงอยากอธิบายส่วนประกอบของรากฟันเทียมให้คุณได้เรียนรู้ โดยรากฟันเทียมจะมีส่วนประกอบหลักๆ อยู่ 3 ส่วนด้วยกัน ดังนี้

1. Fixture หรือ Post

  • Fixture หรือ Post คือส่วนที่เป็นสกรูที่จะฝังเข้าไปในกระดูกขากรรไกร และทำหน้าที่เสมือนเป็นรากฟัน
  • วัสดุที่นำมาใช้ทำ Fixture คือ Titanium เนื่องจากเป็นโลหะที่มีความคงทน และมีความเข้ากันได้กับร่างกาย
  • Fixture มีหลากหลายขนาดให้คุณหมอเลือกใช้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของฟัน
  • บางครั้งอาจมีการเคลือบด้วยสารพิเศษเพื่อช่วยให้สามารถเชื่อมกับกระดูกโดยรอบได้ดียิ่งขึ้น การเชื่อมดังกล่าวจะเรียกว่า ‘osseointegration’ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญต่อความสำเร็จในการทำรากฟันเทียม

2. Abutment

  • Abutment คือส่วนประกอบเล็กๆ ที่เชื่อมระหว่าง fixture กับครอบฟัน โดยมีสกรูหมุนเข้าไปใน fixture ส่วนที่ปลายมีไว้สำหรับต่อกับครอบฟัน
  • ประเภทของ Abutment จะขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ด้านบนที่ใช้ว่าเป็นครอบฟัน หรือเป็นฟันปลอม
  • Abutment สามารถปรับมุมของครอบฟันด้านบนเพื่อให้ได้องศาที่เป็นธรรมชาติ
  • การใส่ Abutment สามารถทำในขั้นตอนการฝังรากเทียม หรือในขั้นตอนการครอบฟันในภายหลังก็ได้ ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่คุณหมอเลือกใช้

3. Prosthetic

  • Prosthetic (ส่วนทันตกรรมประดิษฐ์) เป็นส่วนที่มองเห็นอยู่ด้านบนสุด ซึ่งส่วนใหญ่ในบทความนี้เราจะพูดถึงครอบฟัน เป็นหลัก แต่ทันตกรรมประดิษฐ์ชนิดอื่นเช่น การทำสะพาน หรือแม้กระทั่งการทำฟันปลอม ก็สามารถทำร่วมกับการฝังรากฟันเทียมได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนซี่ และความต้องการในการบูรณะฟัน
  • กรณีครอบฟัน และสะพานฟัน คุณหมอจะเชื่อมส่วนทันตกรรมประดิษฐ์ให้ติดกับ Abutment แต่หากเป็นฟันปลอมมักจะทำให้สามารถถอดเข้าถอดออกเพื่อมาทำความสะอาดได้
  • ประเภทของ Prosthetic ยังเป็นตัวกำหนดปริมาณของการทำรากฟันเทียมด้วยเช่นกัน หากเป็นครอบฟัน มักจะทำ 1:1 นั่นคือ Fixture 1 ตัว ต่อครอบฟัน 1 อัน หากเป็นสะพานฟันจะต้องมี Fixture 2 ตัวขึ้นไป ในขณะที่ฟันปลอม มักจะใช้การฝังรากฟันเทียมเพื่อเป็นตัวยึดประมาณ 4-6 ตัว

ส่วนทันตกรรมประดิษฐ์ของรากฟันเทียมมีกี่แบบ

คุณอาจสงสัยว่าส่วนทันตกรรมประดิษฐ์ของรากฟันเทียมมีกี่แบบ จำนวนของซี่ฟันที่ต้องการทดแทน มีความสำคัญต่อการเลือกประเภทของวัสดุบูรณะ (Prosthetic) ซึ่งเป็นเกณฑ์หนึ่งในการแยกประเภทของรากฟันเทียม โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ชนิดดังนี้

 

  1. Single Tooth Dental Implant – คือการทำรากฟันเทียมคู่กับการทำครอบฟัน แบบ 1:1 ใช้ในกรณีที่ฟันหายไปซี่เดียว หรือหลายซี่แต่ไม่เป็นตำแหน่งที่ติดกัน
  2. Implant support Dental Bridge – เมื่อสูญเสียฟันตำแหน่งติดกันมากกว่า 2 ซี่เป็นต้นไป คุณหมออาจแนะนำให้ทำ สะพานฟันโดยมีตัวยึดเป็นรากฟันเทียม 2 ตัว ซึ่งแตกต่างจากการปกติที่ต้องกรอฟันข้างเคียงเพื่อใช้เป็นตัวยึดสะพานฟัน
  3. Implant support Denture – หากคุณสูญเสียฟันไปทั้งขากรรไกร หรือเหลือฟันอยู่จำนวนไม่กี่ซี่ การทำรากฟันเทียมทั้งปากก็ดูจะเป็นไปได้ยาก ในกรณีนี้คุณหมอจะแนะนำให้ฝังรากฟันเทียม ร่วมกับการทำฟันปลอม รากฟันเทียมจะมีหน้าที่เป็นตัวยึดให้ฟันปลอมอยู่กับที่ ข้อดีคือสามารถรับแรงเคี้ยวได้มากขึ้น ทำให้ไม่เจ็บสันเหงือกมากระหว่างรับประทานอาหาร และทำให้ฟันปลอมหลุดได้ยากขึ้น

รากฟันเทียมชนิดต่าง ๆ

1. Conventional dental implant

Conventional Implant เป็นเทคนิคการฝังรากฟันเทียมที่มีขั้นตอนตามปกติ โดยหลังจากวางแผนการรักษา และเคลียร์ช่องปากเสร็จแล้ว คุณหมอจะนัดฝังรากฟันเทียมลงไปในกระดูกขากรรไกร หลังจากนั้นต้องรอประมาณ 3-6 เดือน ให้กระดูกเชื่อมติดกับรากฟันเทียม จึงค่อยนัดมาใส่วัสดุบูรณะอย่าง ครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอม

2. Immediate implant placement

Immediate implant placement คือการฝังรากเทียมทันที หลังจากถอนฟันธรรมชาติออกไปในครั้งเดียว ซึ่งโดยปกติจะต้องรอให้แผลหายไปสักพัก ช่วยลดขั้นตอน เวลา และความเจ็บปวดเพราะไม่ต้องผ่าตัด 2 รอบ อย่างไรก็ตามเทคนิค Immediate implant placement ก็มีข้อจำกัดดังนี้

 

  • คุณต้องมีปริมาณ และความหนาแน่นของกระดูกเพียงพอต่อการฝังรากฟันเทียม
  • บริเวณที่จะฝังรากเทียมด้วยเทคนิคนี้ จะต้องไม่มีการอักเสบติดเชื้อ หากมีคุณจะต้องได้รับการรักษาให้ดีก่อน ถึงจะสามารถทำได้

3. Immediate loaded implant

Immediate loaded implant คือการใส่ส่วนทันตกรรมประดิษฐ์เช่น ครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอม ทันทีหลังจากฝังรากฟันเทียม ข้อดีคือประหยัดเวลาในการรักษา และมีความสวยงามมากกว่า เพราะคนไข้มีฟันอยู่ตลอดเวลา ทั้ง immediate implant และ loaded มีข้อกำจัดเหมือนกันนั่นคือ บริเวณที่จะฝังรากเทียมต้องไม่มีการอักเสบติดเชื้อ รวมทั้งต้องมีปริมาณของกระดูกเพียงพอ

แบรนด์รากฟันเทียมยอดนิยม

คนไข้ควรเลือกรากฟันเทียมยี่ห้อไหนดี? นี่เป็นคำถามที่คุณหมอได้รับอยู่บ่อยๆ ในยุคที่แบรนด์ของยี่ห้อรากฟันเทียมมีอยู่เต็มไปหมด สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกยี่ห้อรากฟันเทียมมีดังนี้

 

  1. ความง่ายในการใช้งาน – การฝังรากฟันเทียมเป็นหัตถการทางทันตกรรมที่มีความซับซ้อน รากฟันเทียมแต่ละแบรนด์ก็พยายามคิดค้นวิธีการฝังรากฟันเทียมให้ง่ายต่อคุณหมอมากที่สุด ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเวลา ยังทำให้ลดโอกาสในการล้มเหลวของรากฟันเทียมอีกด้วย
  2. ความเข้ากันได้ของเซลล์กระดูกกับรากฟันเทียม (Biocompatibility) – ขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการทำรากฟันเทียมคือ Osseointegration ซึ่งก็คือการเจริญของกระดูกเพื่อเชื่อมกันระหว่างกระดูกขากรรไกร และส่วน Post ของรากฟันเทียม แบรนด์ต่างๆ ก็พยายามแข่งขันกันทางด้านเทคโนโลยีเพื่อผลิตรากฟันเทียมที่มี Osseointegration ที่ดี

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันในแต่ละแบรนด์ของรากฟันเทียม แต่คุณหมอส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ความสำเร็จในการทำรากฟันเทียมขึ้นอยู่กับ แบรนด์รากฟันเทียมที่คุณเลือกเพียง 5% ส่วนที่เหลืออีก 95% เป็นทักษะความชำนาญของคุณหมอเฉพาะทางที่ฝังรากฟันเทียมให้กับคุณ

 

แบรนด์ของรากฟันเทียม แยกตามประเทศผู้ผลิต มีดังนี้

 

  • ประเทศเกาหลีใต้ – Neobiotech, Osstem
  • ประเทศสหรัฐอเมริกา – Hiossen
  • ประเทศในยุโรป – Astra Tech (สวีเดน), Straumann (สวิสเซอร์แลนด์)

 

ปัจจุบัน Smile Seasons ให้บริการรากฟันเทียมแบรนด์ Neobiotech และ Straumann

ข้อได้เปรียบของรากฟันเทียม

แม้การทดแทนฟันธรรมชาติจะทำได้หลายวิธี แต่รากฟันเทียมมีข้อได้เปรียบการรักษาแบบอื่นอยู่หลายอย่าง และเป็นวิธีการทดแทนฟันที่ดีที่สุด เห็นได้จากข้อดีของรากฟันเทียมต่าง ๆ ดังนี้

รับแรงบดเคี้ยวได้มากกว่า

สะพานฟันไม่มีส่วนที่ยึดลงไปในกระดูกขากรรไกรทำให้รับแรงบดเคี้ยวได้น้อยกว่ารากฟันเทียมและจะยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป คนไข้ที่ได้รับการฝังรากฟันเทียมจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ไม่เจ็บเหงือกเวลาเคี้ยว โรคทางระบบทางเดินอาหารก็จะน้อยกว่าเนื่องจากเคี้ยวอาหารได้ละเอียดกว่า

ตารางแสดงความสามารถในการรับแรงบดเคี้ยวของฟันแต่ละชนิด

ฟันธรรมชาติ 100%
รากฟันเทียม 90%
สะพานฟัน 65%
ฟันปลอม 50%
ข้อได้เปรียบรากฟันเทียม ไม่ต้องกรอฟันข้างเคียง
สะพานฟันสามารถทดแทนฟันได้เหมือนกับรากฟันเทียมโดยเจ็บน้อยกว่าก็จริง แต่คุณต้องสูญเสียเนื้อฟันข้างเคียงเพื่อเป็นพื้นที่สำหรับใส่สะพานฟัน แต่การทำรากฟันเทียมสามารถทำได้โดยไม่ต้องสูญเสียเนื้อฟันธรรมชาติ

รากฟันเทียมลดการละลายของกระดูกใต้สันเหงือกได้ดี เพราะมีการกระจายแรงบดเคี้ยวลงสู่กระดูกอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เนื้อเยื่อในช่องปากมีสุขภาพดีกว่าการทำสะพานฟัน หรือฟันปลอม

ข้อได้เปรียบรากฟันเทียม อายุการใช้งานยาวนาน

รากฟันเทียมถูกออกแบบให้เป็นวัสดุทดแทนฟันชนิดถาวร มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากกว่า 25 ปี ส่วนใหญ่สามารถใช้งานไปได้ตลอดชีวิต ส่วนสะพานฟันมีอายุการใช้งานที่ประมาณ 10 ปี

ข้อได้เปรียบรากฟันเทียม ประหยัดเงินในระยะยาว

ปัจจุบันเทคโนโลยีทางทันตกรรมถูกพัฒนาไปมาก รากฟันเทียมมีคุณภาพดีขึ้นในราคาที่ถูกลง จนทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาใกล้เคียงกับการทำสะพานฟัน เมื่อพิจารณาปัจจัยเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การดูแลรักษาที่ง่ายกว่า อายุการใช้งานในระยะยาวที่คุณอาจต้องทำสะพานฟันใหม่ ในขณะที่รากฟันเทียมยังสามารถใช้งานได้ดี อีกทั้งโปรโมชั่นรากฟันเทียมของเราที่มีราคาไม่แพง

ทำให้รากเทียมเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่ามากในระยะยาว

ข้อจำกัดของรากฟันเทียม

1. ราคาสูง

เมื่อเทียบกับการทดแทนฟันแบบอื่น รากฟันเทียมมีราคาที่สูงกว่า อย่างไรก็ตามรากฟันเทียมเป็นการรักษาที่อยู่กับคุณไปตลอดชีวิต ต่างจากฟันปลอม หรือสะพานฟันที่อาจชำรุดเสียหาย ต้องมีการซ่อมแซมหรือทำใหม่ ถึงแม้ราคาตอนทำจะสูงอยู่สักหน่อย แต่ก็คุ้มค่ากว่าในระยะยาว นอกจากนี้ในปัจจุบันรากฟันเทียมที่ดี มีราคาถูกกว่าแต่ก่อน ทำให้คนไข้สามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น

2. เบิกไม่ได้

ประกันชีวิตส่วนใหญ่ หรือแม้แต่สิทธิประกันสังคม ไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการทำรากฟันเทียมได้

3. เป็นการรักษาที่ต้องผ่าตัด

ขั้นตอนฝังรากฟันเทียม คือเป็นการผ่าตัดอย่างหนึ่ง หากคุณมีโรคประจำตัวเช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน ทันตแพทย์อาจต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณ เพื่อควบคุมโรคประจำตัวให้คงที่ก่อนฝังรากฟันเทียม

 

คนไข้ที่รับประทานยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน (Aspirin) หรือ วาร์ฟาริน (Warfarin) ก็อาจมีความจำเป็นต้องหยุดยาก่อนฝังรากฟันเทียม

 

การผ่าตัดก็อาจเกิดผลข้างเคียงต่างๆ ได้ เช่น การติดเชื้อ ฟันข้างเคียงเกิดความเสียหาย เส้นประสาทได้รับบาดเจ็บ เลือดออกมาก เป็นต้น

 

อย่างไรก็ตาม เราพบว่าโอกาสเกิดผลข้างเคียงมีแค่ 2-5% เท่านั้น และมักสามารถแก้ไขได้หากคุณตัดสินใจทำรากฟันเทียมแบบดิจิตอลที่แผลผ่าตัดขณะฝังรากฟันเทียมมีขนาดเล็ก ก็จะยิ่งลดโอกาสในการเกิดผลเสียต่างๆ ลง

4. มีโอกาสเกิดความล้มเหลว

การทำรากฟันเทียมมีโอกาสที่จะเกิดความล้มเหลว ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กระดูกไม่เชื่อมติดกับรากฟันเทียม หรือเกิดผลข้างเคียงขึ้น โดยอัตราการเกิดความล้มเหลวอยู่ที่ 5-10% ซึ่งอาจจะลดลงได้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

 

  • การคัดเลือกคนไข้ที่เหมาะสมกับการทำรากฟันเทียม หากคุณไม่เหมาะ หรือมีข้อจำกัดทางคลินิก คุณหมอจะพูดคุยถึงความเสี่ยง และแนะนำทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมให้กับคุณ
  • ตำแหน่ง องศา และความลึกในการฝังรากเทียมที่เหมาะสม ซึ่งการใช้ดิจิตอลไกด์เข้ามาช่วย จะทำให้การฝังรากเทียมเป็นไปได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ลดโอกาสความล้มเหลว
  • ประสบการณ์ และฝีมือของคุณหมอ – ที่ Smile Seasons เราดูแลคนไข้ทำรากฟันเทียมเป็นจำนวนมาก ทีมคุณหมอที่ดูแลคุณ ทุกคนมีประสบการณ์ และเป็นคุณหมอเฉพาะทางในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการทำรากฟันเทียมโดยตรง มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับการดูแลอย่างมืออาชีพจากเรา

ขอต้อนรับสู่ยุคของทันตกรรมรากฟันเทียมแบบดิจิทัล

การฝังรากฟันเทียมแบบดั้งเดิม

กำหนดตำแหน่งด้วยภาพเอ็กซเรย์ธรรมดา ความลึก และองศาในการฝังขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของคุณหมอ

เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ CT-Scan

ต่อมาเริ่มมีการใช้ CT-Scan ที่มีความละเอียดสูง สามารถเห็นอวัยวะสำคัญอื่นๆ ที่สำคัญเช่น เส้นประสาท และหลอดเลือด รวมถึงเห็นความหนาแน่นของกระดูก ทำให้วางแผนการรักษาได้ดีขึ้น

Digital Era

ด้วยความก้าวหน้าของ Digital Dentistry ปัจจุบันเราสามารถนำภาพ 3 มิติจากการสแกนช่องปาก รวมกับ CT Scan และนำข้อมูลที่ได้ไปกำหนดตำแหน่งการฝังรากเทียมใน Software ที่มีความแม่นยำสูง

Smile Seasons ตระหนักถึงข้อดีของการทำรากฟันเทียม เราอยากให้คุณ หรือคนที่คุณห่วงใย ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทานอาหารได้อร่อย ยิ้มได้มั่นใจ นอกจากทีมคุณหมอเฉพาะทางที่มีประสบการณ์แล้ว เรายังอยากให้คุณได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด

การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย จะทำให้การฝังรากฟันเทียม โดยเฉพาะในเคสที่ซับซ้อน หรือฝังพร้อมกันหลายตัวนั้น มีความสะดวกรวดเร็ว เจ็บน้อย และแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ข้อดีของการฝังรากฟันเทียมแบบดิจิทัล

Advantage of Digital Implant Surgery

รากฟันเทียม แม่นยำ

1. แม่นยำ

ข้อมูลดิจิทัลจะทำให้คุณหมอวางแผนได้ละเอียดมากขึ้น นอกจากนี้เรายังผลิต Guide เพื่อใช้กำหนดตำแหน่งในการฝังรากฟันเทียม ให้มีองศา และความลึกที่แม่นยำ

รากฟันเทียม เจ็บน้อย

2. เจ็บน้อย

การฝังรากฟันเทียมแบบเก่า จำเป็นต้องเปิดแผลขนาดใหญ่และลึกจนถึงกระดูก เพื่อกำหนดตำแหน่งในการฝัง การมี Guide จะช่วยให้แผลมีขนาดเล็กลง คุณเองก็จะเจ็บน้อยลงด้วย

fast เร็ว

3. รวดเร็ว

เมื่อตำแหน่งถูกกำหนดไว้อย่างแน่นอน และมี Guide เป็นตัวช่วย คุณหมอสามารถทำงานได้สะดวก ทำให้ลดเวลาในการรักษาลง นอกจากนี้แผลที่เล็กก็จะทำให้คุณฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้นด้วย

รากฟันเทียม สำเร็จ

4. ผลข้างเคียงน้อย

แผลที่เล็กจะลดโอกาสเสี่ยงต่อ เลือดออก การบวมอักเสบ และการติดเชื้อของแผลผ่าตัด มีงานวิจัยสนับสนุนว่าการใช้ Guide จะลดโอกาสความล้มเหลวของการฝังรากฟันเทียมได้ถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับแบบดั้งเดิม

การเตรียมตัวก่อนทำรากฟันเทียม

คุณอาจตื่นเต้นในวันที่ทำการฝังรากฟันเทียม นี่คือทริคในการเตรียมตัวคุณเองให้พร้อม ก่อนถึงวันนัดทำรากฟันเทียม ที่คุณหมอแนะนำ

 

  • ถามทุกคำถามที่คุณสงสัย – การที่คุณได้รับข้อมูล และคำแนะนำต่างๆ จะทำให้ความกังวลของคุณลดลงได้
    จัดเต็มกับอาหาร – เนื่องจากคุณอาจทานอาหารอร่อยๆ ไปไม่ได้อีกหลายวัน ให้ถือ 1 วันก่อนวันฝังรากเทียมเป็น cheat day ร้านไหนชอบ อาหารแบบไหนใช่ เนื้อย่าง หมูกระทะ จัดเต็มได้เลยเต็มที่
  • จัดการตารางงานให้เรียบร้อย – คุณหมอแนะนำให้ลางานล่วงหน้า คุณควรพักอย่างน้อย 1-2 วัน ก่อนกลับไปทำงาน หรือจะให้ดีกว่านั้นคุณควรเลื่อนธุระสำคัญ หรืองานประชุมใหญ่ๆ ออกไปอย่างน้อยสัก 1 อาทิตย์
    เติมของกินในตู้เย็นให้พร้อม – เตรียมอาหารทานง่าย เช่น ซุป ข้าวต้ม โจ๊ก smoothie โยเกิร์ต
  • นอนหลับให้เพียงพอ – คุณควรนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ในคืนก่อนหน้าวันนัดฝังรากฟันเทียม
  • รับประทานยาประจำตัวมาตามปกติ – ยกเว้นคุณหมอสั่งให้งด หลายครั้งคนไข้ตื่นเต้นจนลืมกินยาความดันก่อนมาพบคุณหมอ ถ้ามาถึงคลินิกแล้วความดันโลหิตสูงมากๆ คุณหมอก็อาจจำเป็นต้องเลื่อนนัดออกไปก่อน
    วางแผนการเดินทาง – คุณอาจรู้สึกเพลียหลังจากเข้ารับการฝังรากฟันเทียม การมีครอบครัว หรือเพื่อน มาขับรถให้ก็เป็นไอเดียที่ดี

ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม

เปรียบเทียบความแตกต่างของการทำรากฟันเทียมแบบดั้งเดิม และแบบดิจิทอล

คุณหมอจะพูดคุย ซักประวัติ พร้อมตรวจประเมินช่องปากอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษา

เอ็กซเรย์แบบดั้งเดิม
dental X-ray

X-ray แบบปกติ ไม่เป็นที่นิยมที่ใช้วางแผนในการฝังรากฟันเทียม เนื่องจากมีรายละเอียดที่น้อยกว่า

เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ CT-Scan
dental CT Scan
  • ปัจจุบัน CT-Scan ถือเป็นมาตรฐานในการกำหนดตำแหน่งรากฟันเทียม
  • สามารถเห็นอุปสรรคต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการรักษา เช่น มวลกระดูกน้อยเกินไป, มีเส้นประสาท หรือเส้นเลือดในบริเวณใกล้เคียง
การพิมพ์ปากแบบเดิม
  • การพิมพ์ปากแบบเดิมจะใช้ปูน คุณอาจจะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยระหว่างพิมพ์
  • เนื่องจากไม่ใช่ข้อมูลดิจิทัล จึงมีข้อจำกัดในการนำไปใช้ร่วมกับ CT-Scan ในการกำหนดตำแหน่งฝังรากฟันเทียม
  • มีโอกาสแตกหัก หรือสูญหาย
Intraoral Scanner
  • การสแกนฟัน 3 มิติเป็นเทคโนโลยีที่มาทดแทนการพิมพ์ปากแบบดั้งเดิม
  • ข้อมูลดิจิทัลที่ไ่ด้สามารถนำไปใช้ร่วมกับ CT Scan เพื่อกำหนดตำแหน่งฝังรากฟันเทียมให้แม่นยำ
  • เนื่องจากการ scan จะเก็บข้อมูลสีของฟันเอาไว้ จึงนำไปช่วยเลือกเฉดของครอบฟันให้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติซี่อื่นๆ
  • ไฟล์จะถูกเก็บสำรองไว้ใน Cloud อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องแตกหัก หรือสูญหาย
กำหนดตำแหน่งฝังรากฟันเทียมในคอมพิวเตอร์
  • การใช้ software ที่ทันสมัยในการวางตำแหน่งรากฟันเทียม คือจุดแตกต่างสำคัญซึ่งทำให้รากฟันเทียมแบบดิจิทัล แตกต่างจากแบบดั้งเดิม
  • เมื่อมีข้อมูลดิจิทัลที่ละเอียด คุณหมอก็สามารถวางตำแหน่งที่ดีที่สุดให้กับคุณได้
การผลิต Surgical Guide
implant surgical guide
  • Surgical Guide เป็นเครื่องมือที่สร้างขึ้นมาจากการออกแบบในคอมพิวเตอร์ เพื่อครอบไปบนฟัน มีรูกำหนดขนาด ความลึก และองศา เพื่อช่วยให้คุณหมอฝังรากฟันเทียมได้อย่างแม่นยำ
  • เทคนิคในการฝังรากเทียมแบบดั้งเดิม หรือ Free-hand technique นั้นอาจเกิดความผิดพลาดได้ระหว่างฝัง

เมื่อวางแผนเรียบร้อยแล้ว ก็จะมาถึงขั้นตอนการใส่รากฟันเทียม ในขั้นตอนนี้คุณหมอจะฝังรากฟันเทียมลงในกระดูกขากรรไกร หลังจากนั้นจะรอให้รากฟันเทียมยึดติดแน่นกับกระดูก ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน

แผลผ่าตัดแบบดั้งเดิม
conventional dental implant wound
  • เนื่องจากมีข้อมูลในการวางแผนมีจำกัด การฝังรากฟันเทียมแบบดั้งเดิมคุณหมอจึงจำเป็นต้องเปิดแผลขนาดใหญ่ เพื่อเลือกตำแหน่งที่เหมาะสม
  • ต้องมีการเย็บแผล และคุณต้องเข้ามาตัดไหม
  • ใช้เวลาทำการรักษา และเวลาในการฟื้นตัวนานกว่า
แผลผ่าตัดที่ใช้ Computer-Guided
computer-guided dental implant wound
  • เนื่องจากทุกอย่างถูกวางแผนมาอย่างดีแล้วในคอมพิวเตอร์ รวมถึงคุณหมอมีเครื่องมืออย่าง Surgical Guide มาช่วย แผลจึงมีขนาดเล็กกว่า
  • ลดโอกาสที่ต้องเย็บแผล และคุณอาจไม่ต้องกลับมาตัดไหม
  • อวัยวะข้างเคียงบาดเจ็บน้อยกว่า ลดโอกาสของการบวม ปริมาณเลือดออก และการติดเชื้อ
ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม ใส่ครอบฟัน
  • เมื่อส่วนฐานติดแน่นแข็งแรงดีแล้ว คุณหมอเฉพาะทางด้านทันตกรรมประดิษฐ์จะทำครอบฟัน หรือฟันปลอมส่วนบนต่อ ซึ่งเป็นของฟันที่ใช้บดเคี้ยว รวมทั้งเป็นส่วนที่ต้องใช้ความปราณีตให้มีลักษณะสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติ

การปลูกกระดูกในการทำรากฟันเทียมคืออะไร

รากฟันเทียม การปลูกกระดูก

ปัจจัยที่สำคัญของความสำเร็จในการทำรากฟันเทียมคือปริมาณและคุณภาพของกระดูกบริเวณขากรรไกรโดยรอบบริเวณรากฟันเทียม หากคุณมีปริมาณกระดูกที่ไม่เหมาะสม คุณหมออาจแนะนำให้คุณปลูกกระดูก (Bone Graft) เพิ่มเติม เพื่อให้พร้อมต่อการฝังรากฟันเทียม

ใครบ้างที่ควรต้องปลูกกระดูกก่อนทำรากฟันเทียม

  • ผู้ที่กระดูกขากรรไกรบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักมีสันกระดูกที่น้อย เนื่องจากเสื่อมสลายไปตามวัย
  • ผู้สูญเสียฟันไปเป็นเวลานาน โดยไม่ได้รับการทดแทนฟันในทันที การที่กระดูกไม่ได้รับแรงเป็นเวลานานๆ จะทำให้กระดูกสลายไปเร็วกว่าปกติ
  • ผู้ที่เคยมีประวัติเหงือกอักเสบรุนแรง เป็นโรคปริทันต์ เคยมีการติดเชื้อ หรืออุบัติเหตุในบริเวณที่ต้องการฝังรากฟันเทียม

ที่มาของกระดูกที่ใช้ในการปลูกกระดูก

  • กระดูกจากมนุษย์ – หากต้องการใช้กระดูกของคุณเอง คุณต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อนำเอากระดูกจากที่อื่นมา ซึ่งจะเพิ่มขั้นตอน และรอยแผลให้มากขึ้น
  • กระดูกจากสัตว์ เช่น หมู วัว หรือม้า
  • กระดูกที่ทำขึ้นจากวัสดุสังเคราะห์ – วัสดุทดแทนกระดูกเหล่านี้ ทำให้ลดขั้นตอน และความเจ็บปวดลง มีผลการวิจัยรองรับอัตราความสำเร็จในการรักษาที่ทัดเทียมกับการใช้กระดูกจากสิ่งมีชีวิต ปัจจุบันจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมกว่าวิธีดังเดิม

หลังจากปลูกระดูกแล้วคุณจะต้องรอประมาณ 3-6 เดือน เพื่อให้กระดูกเจริญเติบโต และพร้อมสำหรับการฝังรากฟันเทียม ใบบางกรณีคุณสามารถปลูกกระดูกพร้อมกับกับฝังรากฟันเทียมไปพร้อมกับได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณหมอ

วิธีการปฎิบัติตัวหลังได้ทำรากฟันเทียม

การปฎิบัติตัวหลังทำรากฟันเทียม ทำความสะอาด

การทำความสะอาด

  • งดแปรงฟัน และรบกวนบริเวณรอบๆ รากฟันเทียม
  • เวลาในการเริ่มทำความสะอาดขึ้นอยู่กับการรักษา โดยปกติคุณสามารถแปรงฟันได้เลยในวันรุ่งขึ้น ยกเว้นกรณีที่ทันตแพทย์ทำหัตถการเพิ่มเติมเช่นการเปิดเหงือก หรือการปลูกกระดูก ซึ่งคุณจะได้รับคำแนะนำจากคุณหมอเพิ่มเติม
  • ดูแลรักษาช่องปากอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวันตามปกติ
  • ควรเพิ่มการทำความสะอาดบริเวณที่ใส่รากเทียม และเหงือกรอบๆ ด้วยแปรงกระจุก แปรงซอกฟัน หรือไหมขัดฟัน ตามทันตแพทย์แนะนำ
การปฎิบัติตัวหลังทำรากฟันเทียม อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

  • 2-3 วันแรก – หลีกเลี่ยงใช้หลอด เพราะแรงดูดอาจทำให้เลือดออกได้
  • 2 อาทิตย์แรก – เลือกรับประทานอาหารอ่อน เคี้ยวง่าย เพื่อให้เนื้อเยื่อโดยรอบได้ฟื้นฟู
  • หลีกเลี่ยงน้ำอัดลม เครื่องดื่มหรืออาหารที่ร้อนจัด

ข้อแนะนำอื่นๆ

การปฎิบัติตัวหลังทำรากฟันเทียม ห้ามใช้ลิ้นดุน

ห้ามใช้ลิ้นดุนบริเวณรากฟันเทียม เพราะอาจทำให้เลือดออก

การปฎิบัติตัวหลังทำรากฟันเทียม แก้มบวม

แก้มของคุณอาจบวมในช่วง 2-3 วันแรก หลักจากนั้นจะค่อยๆ ลดลง คุณสามารถประคบเย็นเพื่อลดบวมได้

การปฎิบัติตัวหลังทำรากฟันเทียม งดสูบบุหรี่

งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 อาทิตย์ เนื่องจากรบกวนกระบวรการหายของแผล

การปฎิบัติตัวหลังทำรากฟันเทียม งดออกกำลังกาย

งดออกกำลังกาย 1-2 วันแรก หลังจากนั้นคุณสามารถออกกำลังเบาๆ ได้ เมื่อคุณรับประทานอาหารได้ตามปกติ คุณสามารถออกกำลังได้ตามปกติใน 1-2 อาทิตย์

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับรากฟันเทียม

หลังการฝังรากฟันเทียมไปแล้ว คุณหมอจะเฝ้าระวังผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยสามารถแยกย่อยได้ดังนี้

1. รากฟันเทียมหลวม

เกิดจากการที่กระดูกโดยรอบไม่เชื่อมกับรากฟันเทียม หรือคุณหมอจะเรียกว่าไม่เกิด Osseointegration ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความล้มเหลวในการฝังรากฟันเทียม เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น มีมวลกระดูก หรือความหนาแน่นของกระดูกไม่เพียงพอ ซึ่งมักพบในคนไข้สูงอายุ ผู้สูบบุหรี่ มีโรคเหงือกอักเสบ และผู้ที่มีสุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดี หากคุณรู้สึกว่ารากฟันเทียมที่ฝังไปขยับได้ หรือหลวม คุณควรรีบติดต่อกับคลินิก หรือคุณหมอฟันประจำตัวโดยเร็ว

2. การติดเชื้อ

บริเวณรอบรากฟันเทียมมีโอกาสที่จะอักเสบ หรือติดเชื้อ ก่อให้เกิดอาการเจ็บ หรือมีไข้ตัวร้อน หลังฝังรากฟันเทียมคุณควรปฎิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอ โดยเฉพาะการรักษาความสะอาดในบริเวณที่ฝังรากฟันเทียมอยู่เสมอ

3. เลือดออก

หลังฝังรากฟันเทียม คุณอาจมีเลือดออกซึมๆ ได้บ้างเล็กน้อย แต่ไม่ควรเกินกว่า 6 ชม. หากคุณมีเลือดออกมากผิดปกติ หรือเลือดยังคงซึมอยู่เรื่อยๆ เกิน 6 ชม. คุณควรติดต่อคลินิกในทันที

4. การบาดเจ็บต่อเส้นประสาท

การฝังรากฟันเทียมในตำแหน่งใกล้กับเส้นประสาทอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ส่งผลให้มีอาการชาตามมา ส่วนใหญ่เส้นประสาทที่บาดเจ็บสามารถหายเองได้ในช่วงระยะเวลา 4-6 สัปดาห์ แต่ก็มีโอกาสที่จะเป็นอย่างถาวร

 

ปัจจุบันที่ Smile Seasons และคลินิกโดยส่วนใหญ่จะใช้เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์มาช่วยวางแผนการฝังรากฟันเทียม ทำให้สามารถรู้ล่วงหน้าว่าตำแหน่งที่จะฝังมีเส้นประสาทอยู่ใกล้ๆ หรือไม่ นอกจากนี้การใช้ไกด์มาช่วยก็จะทำให้การฝังรากฟันเทียมแม่นยำ อยู่ในทิศทาง และองศาที่ต้องการ ไม่กระทบต่อเส้นประสาทใกล้เคียง

5. รากฟันเทียมทะลุโพรงไซนัส

ฟันด้านบนจะอยู่ใต้โพรงไซนัสซึ่งเป็นช่องว่างที่มีอากาศอยู่ การฝังรากเทียมสามารถทะลุกระดูกเข้าไปสู่โพรงไซนัส ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อตามมาได้ ถึงอย่างไรก็ตาม การบาดเจ็บต่อโพรงไซนัสเป็นผลข้างเคียงที่พบน้อย

รีวิวจากคนไข้รากฟันเทียมที่น่ารักของเรา

Play Video about รีวิว สัมภาษณ์ รากฟันเทียม คุณเปียร์
Play Video about รีวิว สัมภาษณ์ รากฟันเทียม คุณไก่

โปรโมชั่นรากฟันเทียมดิจิทัล

39,999 บาท

ผ่อนชำระได้ 0%x4 เดือน