รากฟันเทียมราคาเท่าไหร่? เปรียบเทียบทุกแบรนด์ดัง สรุปปี 2026
ห้ามพลาด: ตอนนี้มีโปรโมชันรากฟันเทียมพิเศษอยู่ ดูรายละเอียดโปรและราคาพิเศษได้ที่นี่
รากฟันเทียม ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 40,000 บาท ไปจนถึง 85,000 บาทต่อซี่ ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี วัสดุ และประเทศผู้ผลิต แบรนด์ยอดนิยมในปัจจุบันมีทั้งแบรนด์พรีเมียมจากยุโรปอย่าง Straumann และ Astra Tech รวมถึงแบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่าจากเกาหลีใต้อย่าง Osstem และ NeoBiotech การเลือกแบรนด์ที่เหมาะสมจะช่วยให้การยึดเกาะของกระดูกแข็งแรงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน หากคุณกำลังศึกษาข้อมูลรากฟันเทียมโดยรวม การเปรียบเทียบแบรนด์และราคาคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ
เจาะลึก 5 แบรนด์รากฟันเทียมยอดนิยม
1. Straumann (สวิตเซอร์แลนด์)
แบรนด์ระดับ Hi-end ที่ทันตแพทย์ทั่วโลกยอมรับ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีพื้นผิว SLActive ที่ช่วยกระตุ้นการยึดเกาะของกระดูกได้รวดเร็วเป็นพิเศษ ใช้วัสดุไทเทเนียมเกรด 4 ที่มีความทนทานสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นใจในระยะยาวและเคสที่ต้องการความสวยงามสูง เช่น การทำรากฟันเทียมฟันหน้า
2. Astra Tech (สวีเดน)
เป็นแบรนด์ที่มีงานวิจัยรองรับอย่างยาวนาน มีจุดเด่นเรื่องการกระจายแรงเคี้ยวด้วยดีไซน์ MicroThread และระบบ Conical Seal Design ที่ช่วยป้องกันการสะสมของแบคทีเรียบริเวณคอรากฟันเทียม ช่วยรักษาความสูงของระดับกระดูกรอบรากฟันได้ดีเยี่ยม
3. Osstem (เกาหลีใต้)
แบรนด์ยอดนิยมอันดับต้นๆ ในเอเชีย ได้รับมาตรฐานสากลและมีความคุ้มค่าสูง ออกแบบมาให้ใช้งานได้ดีใกล้เคียงฟันธรรมชาติ มีความแข็งแรงทนทาน และขั้นตอนการฝังรากที่แม่นยำ
4. Neodent (บราซิล เครือ Straumann)
นวัตกรรมรากฟันเทียมที่ใช้เทคโนโลยีจากกลุ่ม Straumann มีความเสถียรสูงแม้ในเคสที่มีกระดูกค่อนข้างอ่อน รองรับการใส่ฟันปลอมทันทีหลังฝังราก (Immediate Loading) ในขั้นตอนการทำรากฟันเทียมที่เหมาะสมและผ่านการประเมินจากทันตแพทย์
5. NeoBiotech (เกาหลีใต้)
แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ออกแบบมาเพื่อเน้นการใช้งานที่ง่ายและให้ความมั่นคงของรากฟันเทียมได้ดีเยี่ยมตั้งแต่เริ่มต้น (Primary Stability) เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนไข้
สรุป: รากฟันเทียมยี่ห้อไหนดี เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคุณ
ไม่มีแบรนด์ไหนที่ "ดีที่สุด" สำหรับทุกคน เพราะแต่ละแบรนด์ออกแบบมาตอบโจทย์คนไข้ต่างกลุ่มกัน วิธีที่ตรงจุดที่สุดคือเลือกจากงบประมาณและลักษณะเคสของตัวเองก่อน แล้วค่อยให้ทันตแพทย์เฉพาะทางยืนยันความเหมาะสมอีกครั้งจากสภาพกระดูกจริง
งบประหยัด (40,000-55,000 บาท): NeoBiotech และ Osstem จากเกาหลีใต้ เหมาะกับคนที่ต้องการรากฟันเทียมมาตรฐานสากลในราคาที่จับต้องได้ งบกลาง (50,000-60,000 บาท): Neodent จากบราซิลในเครือ Straumann เหมาะกับเคสที่กระดูกค่อนข้างอ่อนและต้องการใส่ฟันปลอมทันทีหลังฝังราก งบพรีเมียม (70,000-85,000 บาท): Astra Tech และ Straumann จากยุโรป เหมาะกับเคสที่ต้องการความสวยงามสูงเป็นพิเศษ เช่น การทำรากฟันเทียมฟันหน้า
NeoBiotech กับ Osstem ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองแบรนด์มาจากเกาหลีใต้และอยู่ในช่วงราคาใกล้เคียงกัน จุดต่างหลักอยู่ที่จุดเด่นที่แบรนด์เน้น NeoBiotech (40,000-50,000 บาท) เน้นความมั่นคงของรากเทียมตั้งแต่เริ่มฝัง (Primary Stability) และได้รับการยอมรับใช้งานในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ส่วน Osstem (45,000-55,000 บาท) เป็นแบรนด์ที่มีส่วนแบ่งตลาดในเอเชียสูงเป็นอันดับต้นๆ เน้นความแม่นยำของขั้นตอนฝังรากและการใช้งานที่ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ โดยรวมแล้วทั้งสองแบรนด์อยู่ในมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน การตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์ที่ประเมินจากสภาพกระดูกและเคสของคนไข้แต่ละคนมากกว่าความต่างของแบรนด์เอง
ตารางเปรียบเทียบราคาแต่ละแบรนด์
ข้อมูลราคาประเมินเบื้องต้นสำหรับการทำรากฟันเทียมที่ Smile Seasons คุณสามารถดูรายละเอียดบริการรากฟันเทียมเพิ่มเติมได้
| แบรนด์รากฟันเทียม | ประเทศผู้ผลิต | ราคาโดยประมาณ (บาท) |
|---|---|---|
| NeoBiotech | เกาหลีใต้ | 40,000 - 50,000 |
| Osstem | เกาหลีใต้ | 45,000 - 55,000 |
| Neodent | บราซิล (Straumann Group) | 50,000 - 60,000 |
| Astra Tech | สวีเดน | 70,000 - 80,000 |
| Straumann | สวิตเซอร์แลนด์ | 75,000 - 85,000 |
* ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินค่ารักษาจริง
รากฟันเทียมหลายซี่ หรือทั้งปาก คิดราคาอย่างไร?
สำหรับการทดแทนฟันหลายซี่ติดกันด้วยสะพานฟันบนรากเทียม (Implant Bridge) ฟันปลอมถอดได้ที่ยึดกับรากเทียม (Overdenture) หรือการทำทั้งปากแบบ All-on-4 ราคาจะประเมินเป็นรายบุคคล เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนรากเทียมที่ใช้ ยี่ห้อรากเทียมที่เลือก และชนิดของฟันหรือสะพานฟันด้านบน โดยใช้ราคารากเทียมต่อซี่ตามตารางด้านบนเป็นองค์ประกอบหลักในการคำนวณ สำหรับผู้ที่สูญเสียฟันทั้งปาก การทำรากฟันเทียมทั้งปากแบบ All-on-4 จะใช้รากเทียมเพียง 4 ถึง 6 ตำแหน่งรองรับฟันทั้งขากรรไกร ทำให้คุ้มค่ากว่าการฝังทีละซี่ทั้งปาก แนะนำให้เข้ามาตรวจและให้ทันตแพทย์ประเมินค่าใช้จ่ายที่แน่นอนก่อนตัดสินใจครับ
ค่าใช้จ่ายแฝงที่ควรเตรียมเผื่อ
ราคารากฟันเทียมที่เห็นในโปรโมชันมักเป็นค่ารากเทียมและครอบฟันพื้นฐาน แต่บางเคสจำเป็นต้องมีหัตถการเสริมก่อนหรือระหว่างการฝังราก ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่หลายคนมองข้าม หมออู๊ดแนะนำให้เผื่องบส่วนนี้ไว้ด้วยครับ
| รายการเสริม | ราคาโดยประมาณ (บาท) | เมื่อไหร่ที่ต้องทำ |
|---|---|---|
| ปลูกกระดูก (Bone Graft) | 2,000 - 2,500 / ตำแหน่ง ขึ้นไป | กระดูกรองรับไม่เพียงพอ |
| ยกโพรงไซนัส (Sinus Lift) | 10,000 - 22,000 | ฟันบนด้านหลังที่กระดูกบาง |
| ถอนฟันที่เสียหาย | 1,000 - 2,500 | ยังมีรากฟันเดิมที่ต้องถอนก่อน |
| เอกซเรย์ 3 มิติ (CT Scan) | 5,000 | วางแผนผ่าตัดด้วยระบบดิจิทัล |
* ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินค่ารักษาจริง
ที่ Smile Seasons จะประเมินและแจ้งค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ทราบตั้งแต่ก่อนเริ่มการรักษา เพื่อให้คุณวางแผนงบประมาณได้ครบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายงอกเพิ่มภายหลังครับ
ปัจจัยที่ทำให้ราคารากฟันเทียมต่างกัน
ราคารากฟันเทียมของแต่ละคนไม่เท่ากันแม้จะทำที่เดียวกัน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ ปัจจัยหลักได้แก่ ยี่ห้อและประเทศผู้ผลิตของรากเทียม สภาพและปริมาณกระดูกที่รองรับ จำนวนซี่ที่ต้องทำ ชนิดของครอบฟันที่เลือก รวมถึงความซับซ้อนของเคสและประสบการณ์ของทันตแพทย์เฉพาะทาง เคสที่ต้องปลูกกระดูกหรือยกไซนัสร่วมด้วยจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเคสที่กระดูกสมบูรณ์อยู่แล้ว การเข้ามาตรวจและทำเอกซเรย์ 3 มิติจึงเป็นวิธีเดียวที่จะประเมินราคาได้แม่นยำที่สุดครับ
ทำรากฟันเทียมที่คลินิกกับโรงพยาบาลรัฐ ราคาต่างกันไหม?
โรงพยาบาลรัฐมักมีค่ารักษารากฟันเทียมที่ถูกกว่า แต่แลกมากับคิวรอที่ยาวนานหลายเดือนถึงเป็นปี และหลายแห่งเลือกยี่ห้อรากเทียมเองไม่ได้ ส่วนคลินิกเอกชนจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเล็กน้อย แลกกับความรวดเร็ว นัดหมายยืดหยุ่น เลือกยี่ห้อได้ตามต้องการ และได้รับการดูแลต่อเนื่องโดยทันตแพทย์คนเดิม สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มการรักษาเร็วและสะดวกเรื่องเวลา คลินิกเฉพาะทางจึงตอบโจทย์มากกว่า ทั้งนี้ไม่ว่าจะเลือกทางใด ควรทำโดยทันตแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ระยะยาวครับ
รากฟันเทียมราคาถูกหลักพัน ปลอดภัยจริงไหม?
โฆษณารากฟันเทียมหลักพันหรือราคาถูกผิดปกติ ควรตั้งคำถามไว้ก่อนครับ เพราะลำพังค่ารากเทียมแท้จากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานก็สูงกว่านั้นมาก ราคาที่ถูกเกินจริงมักมาจากการใช้รากเทียมที่ไม่มี อย. รับรอง วัสดุลอกเลียนแบบ หรือทำโดยผู้ที่ไม่ใช่ทันตแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งเสี่ยงต่อการอักเสบติดเชื้อ รากเทียมไม่ยึดกับกระดูก หรือต้องรื้อออกทำใหม่จนเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าเดิม การเลือกรากเทียมที่มีมาตรฐานรับรองและทำโดยทันตแพทย์เฉพาะทางจึงคุ้มค่าและปลอดภัยในระยะยาวมากกว่า สามารถตรวจสอบรายชื่อทันตแพทย์และข้อมูลมาตรฐานวิชาชีพเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทันตแพทยสภาครับ
นวัตกรรมรากฟันเทียมแบบดิจิทัล
การทำรากฟันเทียมระบบดิจิทัลช่วยเพิ่มความแม่นยำสูงสุด โดยการนำเทคโนโลยี CT Scan มาวิเคราะห์โครงสร้างกระดูกแบบ 3 มิติ ร่วมกับการทำ Surgical Guide เพื่อกำหนดจุดฝังรากที่แม่นยำระดับมิลลิเมตร ช่วยลดระยะเวลาผ่าตัด แผลมีขนาดเล็ก และคนไข้ฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่าวิธีดั้งเดิม เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับเคสที่ซับซ้อน หรือการทำรากฟันเทียมทั้งปากแบบ All-on-4
ส่งภาพหรือบอกอาการมาได้เลย ทีมหมอมากประสบการณ์ Smile Seasons จะประเมินแผนการรักษาและแจ้งค่าใช้จ่ายจริงให้ก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การทำรากฟันเทียมจะมีการฉีดยาชาเฉพาะที่ ทำให้ระหว่างการผ่าตัดคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บ อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือหน่วงๆ บ้างเท่านั้น หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการปวดเล็กน้อย ซึ่งสามารถทานยาแก้ปวดที่ทันตแพทย์จัดให้เพื่อบรรเทาอาการได้
หากดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกวิธีและมาพบทันตแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ รากฟันเทียมสามารถมีอายุการใช้งานได้ยาวนานหลายสิบปี หรืออาจอยู่ได้ตลอดชีวิต
ที่ Smile Seasons สามารถแบ่งชำระหรือผ่อนชำระได้ตามโปรโมชันของคลินิก เช่น การแบ่งจ่ายเป็น 2 งวด หรือผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 4 เดือน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของคนไข้
การทำรากฟันเทียมเพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียถือเป็นการรักษาที่อยู่นอกเหนือสิทธิ์บัตรทอง บัตรประกันสังคม และสิทธิ์ข้าราชการในกรณีทั่วไป จึงต้องชำระค่าใช้จ่ายเอง ยกเว้นบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุหรือความผิดปกติที่จำเป็นทางการแพทย์ ซึ่งต้องให้ทันตแพทย์ประเมินเป็นรายกรณีครับ
ไม่มีแบรนด์ไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับงบประมาณและลักษณะเคส กลุ่มงบประหยัด (40,000-55,000 บาท) คือ NeoBiotech และ Osstem จากเกาหลีใต้ กลุ่มงบพรีเมียม (70,000-85,000 บาท) คือ Astra Tech และ Straumann จากยุโรป ดูรายละเอียดการเลือกแบรนด์ตามงบและเคสได้ที่หัวข้อสรุปยี่ห้อไหนดี
ทั้งสองแบรนด์มาจากเกาหลีใต้และราคาใกล้เคียงกัน NeoBiotech (40,000-50,000 บาท) เน้นความมั่นคงของรากเทียมตั้งแต่เริ่มฝังและได้รับการยอมรับในกว่า 70 ประเทศ ส่วน Osstem (45,000-55,000 บาท) มีส่วนแบ่งตลาดในเอเชียสูงเป็นอันดับต้นๆ เน้นความแม่นยำของการฝังราก ทั้งสองอยู่ในมาตรฐานใกล้เคียงกัน ควรให้ทันตแพทย์ประเมินจากสภาพกระดูกจริงเพื่อเลือกแบรนด์ที่เหมาะกับเคสมากที่สุด
ผู้เขียนบทความ
อ.ทพ.ดร.สุพลเทพ ตีระกนก (หมออู๊ด)
- Certificate of Advanced Graduate Study in Periodontology, Boston University, USA
- Doctor of Sciences in Dentistry in Periodontology, Boston University, USA (ปริญญาเอก)
- Master of Education, The University of Illinois at Urbana-Champaign, USA
- Master of Science in Clinical Education, The University of Edinburgh, UK
- อาจารย์ประจำคณะทันตแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
- ทันตแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2)