เจ็บเพดานปาก เกิดจากอะไร กลืนน้ำลายก็เจ็บ วิธีรักษา 2026

ผู้ป่วยมีอาการเจ็บเพดานปากและคอหอยขณะกลืนน้ำลาย
อาการเจ็บเพดานปากเป็นปัญหาที่รบกวนการทานอาหารและการใช้ชีวิตประจำวัน

ข้อควรรู้: อาการเจ็บเพดานปากส่วนใหญ่มักเกิดจากการรับประทานอาหารที่ร้อนจัดจนลวกเพดานปาก การเกิดแผลร้อนใน หรือการติดเชื้อไวรัส ซึ่งโดยทั่วไปสามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากมีอาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บรุนแรง แผลไม่ยอมหายเกิน 2 สัปดาห์ หรือคลำพบก้อนเนื้อ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

อาการ เจ็บเพดานปาก เป็นปัญหาช่องปากที่พบได้บ่อยและสร้างความรำคาญใจอย่างมาก เพราะเพดานปากเป็นบริเวณที่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกหนาแน่น เมื่อเกิดแผลหรือการอักเสบจะทำให้รู้สึกปวดแสบ โดยเฉพาะเวลาทานอาหารรสจัด ของร้อน หรือแม้กระทั่งตอนกลืนน้ำลาย บทความนี้ทันตแพทย์จะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง พร้อมวิธีแยกแยะอาการว่าแบบไหนสามารถดูแลเองได้ที่บ้าน และแบบไหนเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบไปพบแพทย์

เจ็บเพดานปากเกิดจากอะไร? เช็กสาเหตุพร้อมตารางอาการ

สาเหตุของอาการเจ็บเพดานปากนั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่อุบัติเหตุเล็กน้อยจากการทานอาหาร ไปจนถึงการติดเชื้อและโรคทางระบบ เพื่อให้ง่ายต่อการสังเกตอาการ ทันตแพทย์ได้สรุปสาเหตุที่พบบ่อยไว้ในตารางนี้ครับ

4 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เจ็บเพดานปาก แผลร้อนใน ของร้อนลวก ติดเชื้อ
อินโฟกราฟิกแสดง 4 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เกิดอาการเจ็บเพดานปาก ได้แก่ ของร้อนลวก แผลร้อนใน ของแข็งขูดขีด และการติดเชื้อไวรัส
สาเหตุที่พบ ลักษณะอาการ / จุดสังเกต การหายของแผล
อาหารร้อนลวก (Thermal Burn) เพดานปากลอกเป็นแผ่น แดง แสบ มักเกิดหลังทานของร้อนจัด เช่น พิซซ่า ชาร้อน หมูกระทะ หายเองได้ใน 3-7 วัน
แผลร้อนใน (Aphthous Ulcer) เป็นแผลหลุมตื้น สีขาวหรือเหลือง ขอบแผลแดงจัด เจ็บปวดมากเมื่อโดนรสจัดหรือรสเปรี้ยว หายเองได้ใน 1-2 สัปดาห์
การบาดเจ็บ (Trauma) เกิดแผลฉีกขาดหรือรอยขูดขีด มักเกิดจากการเคี้ยวของแข็ง เช่น กระดูก ก้างปลา หรือแปรงฟันกระแทก หายเองได้ใน 3-5 วัน
ติดเชื้อไวรัส (Herpes / มือเท้าปาก) มีตุ่มน้ำใสขึ้นรวมกันเป็นกระจุก เมื่อแตกออกจะกลายเป็นแผลเจ็บแสบ มักมีไข้ร่วมด้วย (พบมากในเด็ก) มักหายใน 7-10 วัน (อาจต้องใช้ยา)
ติดเชื้อราในปาก (Oral Thrush) มีฝ้าขาวคล้ายคราบนมเกาะติดแน่นที่เพดาน เมื่อเขี่ยออกจะพบรอยแดงหรือเลือดซึม ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราตามแพทย์สั่ง

เพดานแข็ง vs เพดานอ่อน เจ็บต่างกันยังไง?

หลายคนอาจไม่ทราบว่าเพดานปากของเราแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ซึ่งโครงสร้างที่แตกต่างกันนี้ ทำให้สาเหตุของการเกิดโรคและลักษณะความเจ็บปวดแตกต่างกันด้วย

เจ็บเพดานปากส่วนไหน บอกสาเหตุได้ เพดานแข็งหรือเพดานอ่อน Smile Seasons
ภาพจำลองความแตกต่างของอาการเจ็บเพดานปากระหว่างเพดานแข็ง (Hard Palate) และเพดานอ่อน (Soft Palate)
  • เพดานแข็ง (Hard Palate): คือส่วนที่เป็นกระดูกแข็งๆ อยู่ด้านหน้าติดกับฟันบน บริเวณนี้จะถูกใช้งานหนักเวลากัดหรือเคี้ยวอาหาร ดังนั้น สาเหตุที่พบบ่อยที่ทำให้เจ็บเพดานแข็ง ได้แก่ "การเสียดสี การถูกลวกด้วยของร้อน การระคายเคืองจากการใส่ฟันปลอม แผลร้อนใน หรือการติดเชื้อ" เช่น แผ่นแป้งพิซซ่าขูด หรือกระดูกไก่แทง นอกจากนี้ บางคนอาจคลำเจอกระดูกงอก (Torus palatinus) ซึ่งเป็นโครงสร้างปกติแต่หากไปขูดโดนก็อาจเกิดแผลได้
  • เพดานอ่อน (Soft Palate): คือส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อนิ่มๆ อยู่ลึกเข้าไปด้านหลังใกล้กับลิ้นไก่ บริเวณนี้ไม่มีกระดูกรองรับ สาเหตุที่ทำให้เจ็บเพดานอ่อนอาจเกี่ยวข้องกับ "แผลร้อนใน การระคายเคืองจากอาหาร การติดเชื้อไวรัส (เช่น เริม) เชื้อรา รวมถึงการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ" เช่น คออักเสบ หรือทอนซิลอักเสบ

กลืนน้ำลายแล้วเจ็บเพดานปาก เกิดจากอะไร?

อาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บจี๊ดขึ้นไปที่เพดานปาก แม้บ่อยครั้งจะมาจากความเจ็บปวดบริเวณ เพดานอ่อน (Soft Palate) หรือคอหอย แต่แผลที่เพดานแข็งหรือเยื่อบุช่องปากส่วนอื่นๆ ก็สามารถทำให้รู้สึกเจ็บขณะกลืนได้เช่นกัน

หากบริเวณคอหอย ทอนซิล หรือเพดานอ่อนกำลังเกิดการอักเสบ (เช่น เป็นหวัด คออักเสบ หรือสเตรปโธรต) การขยับตัวของกล้ามเนื้อขณะกลืนจะไปกระตุ้นจุดที่กำลังอักเสบ ทำให้เกิดอาการเจ็บร้าว (Referred pain) แผ่กระจายไปทั่วเพดานอ่อนและบางครั้งอาจลามไปถึงหูได้ครับ

เจ็บเพดานปาก กี่วันหาย?

ระยะเวลาในการหายของแผลที่เพดานปากจะขึ้นอยู่กับสาเหตุตั้งต้นเป็นหลัก โดยทั่วไปสามารถประเมินระยะเวลาคร่าวๆ ได้ดังนี้:

  • แผลลวกจากของร้อนหรือโดนขูดขีด: โดยทั่วไปมักจะหายเป็นปกติภายใน 3 ถึง 7 วัน แต่อาจใช้เวลานานขึ้นหากมีการติดเชื้อแทรกซ้อนหรือถูกกระแทกซ้ำ
  • แผลร้อนใน (Aphthous): จะมีอาการเจ็บมากที่สุดในช่วง 3-4 วันแรก และจะค่อยๆ สมานตัวจนหายสนิทภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์
  • แผลจากการติดเชื้อไวรัส (เช่น เริม): อาการมักจะดีขึ้นและแผลสมานตัวใน 7 ถึง 10 วัน ขึ้นอยู่กับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

จุดสังเกตสำคัญ: หากมีแผลหรืออาการเจ็บเพดานปากที่ ยืดเยื้อนานเกิน 2 สัปดาห์ โดยไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลง ถือเป็นความผิดปกติที่ควรให้แพทย์ตรวจอย่างละเอียดครับ

อาการแบบไหนอันตราย ต้องรีบพบแพทย์

แม้ส่วนใหญ่แผลที่เพดานปากจะสามารถหายเองได้ แต่หากแผลเรื้อรัง อาจมีสาเหตุที่ต้องคัดกรองเพิ่มเติมเพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงของโรคมะเร็งช่องปาก (Oral Cancer) หรือเนื้องอกของต่อมน้ำลาย หากคุณมีอาการร่วมดังต่อไปนี้ ควรรีบพบทันตแพทย์หรือแพทย์หูคอจมูกโดยด่วน:

สัญญาณอันตราย เจ็บเพดานปากแบบไหนต้องรีบพบแพทย์ เสี่ยงมะเร็งช่องปาก
เช็กลิสต์สัญญาณอันตรายของอาการเจ็บเพดานปากที่ควรพบแพทย์โดยด่วนเพื่อคัดกรองความเสี่ยง
  • แผลที่เพดานปากไม่ยอมหาย ทายาแล้วก็ไม่ดีขึ้น นานเกินกว่า 2 สัปดาห์
  • คลำพบ "ก้อนเนื้อโตนูน" ที่เพดานปาก (ทั้งแบบเจ็บและไม่เจ็บ) โดยก้อนเนื้ออาจมีสีแดง คล้ำ หรือมีแผลแตกบนก้อน
  • มีเลือดออกปริมาณมากจากเพดานปากโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งอาจเกิดร่วมกับเลือดออกตามไรฟันและเหงือกอักเสบเรื้อรัง
  • มีไข้สูง หนาวสั่น อ้าปากได้น้อยลง หรือกลืนอาหารและน้ำลำบากจนส่งผลกระทบต่อร่างกาย
  • มีรอยด่างสีขาว (Leukoplakia) หรือรอยด่างสีแดง (Erythroplakia) ที่เช็ดไม่ออกบนเพดานปาก

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญาณเตือนและการตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากจาก สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์

วิธีรักษาและบรรเทาอาการเจ็บเพดานปากด้วยตัวเอง

หากมั่นใจว่าอาการเจ็บเกิดจากแผลร้อนในหรือของร้อนลวก คุณสามารถบรรเทาอาการและเร่งให้แผลสมานตัวเร็วขึ้นด้วยวิธีปฐมพยาบาลเหล่านี้:

4 วิธีบรรเทาอาการเจ็บเพดานปากด้วยตัวเอง ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
คำแนะนำ 4 ขั้นตอนในการบรรเทาอาการเจ็บเพดานปากและแผลในช่องปากด้วยตัวเองที่บ้าน
  1. บ้วนน้ำเกลืออุ่น: ผสมเกลือครึ่งช้อนชาในน้ำอุ่น 1 แก้ว กลั้วปากเบาๆ วันละ 3-4 ครั้ง เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บและรักษาความสะอาดบริเวณแผล
  2. อมน้ำแข็งหรือดื่มน้ำเย็น: ความเย็นช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนจากการถูกลวกได้ชั่วคราว
  3. หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้นแผล: งดทานอาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของทอดที่แข็งกรอบ และเครื่องดื่มที่ร้อนจัดจนกว่าแผลจะหาย
  4. ใช้ยาป้ายปาก (Oral Paste): หากเป็นแผลร้อนใน สามารถปรึกษาเภสัชกรเพื่อใช้ยาป้ายปากกลุ่มสเตียรอยด์แบบอ่อน (เช่น Triamcinolone) แต่ควรระวังไม่ซื้อใช้เองหากสงสัยว่าเป็นการติดเชื้อราหรือไวรัส (เริม) เพราะยาอาจทำให้อาการติดเชื้อแย่ลง
  5. ทานยาแก้ปวด: หากมีอาการปวดรบกวนการใช้ชีวิต สามารถพิจารณาทานยาแก้ปวดพื้นฐาน เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol) ได้

คำเตือน: ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ไม่ช่วยรักษาแผลร้อนใน แผลลวก หรือแผลจากไวรัส และควรใช้เมื่อแพทย์สั่งเท่านั้น นอกจากนี้ ไม่ควรนำยาสีฟันหรือสารอื่นๆ มาทาแผลตามความเชื่อผิดๆ เพราะอาจทำให้แผลระคายเคืองรุนแรงขึ้น

เจ็บเพดานปากนานเกิน 2 สัปดาห์?

อย่าปล่อยให้แผลเรื้อรังกลายเป็นปัญหาใหญ่ ทักมาส่งภาพแผลหรือนัดคิวตรวจเช็กความผิดปกติในช่องปากกับทันตแพทย์ที่ Smile Seasons ได้เลยครับ

นัดตรวจช่องปาก ทาง LINE

เจ็บเพดานปาก ต้องไปหาหมออะไร?

เมื่ออาการไม่ดีขึ้น การเลือกพบแพทย์ให้ตรงกับสาเหตุจะช่วยให้ได้รับการรักษาที่รวดเร็วขึ้นครับ:

  • พบทันตแพทย์ (Dentist): เมื่อมีรอยแผลที่เพดานแข็งด้านหน้า มีตุ่มน้ำใส มีแผลร้อนในขนาดใหญ่ มีก้อนเนื้อนูนขึ้นมา หรือสงสัยว่าเกิดจากการจัดฟันและฟันปลอม โดยสามารถพบทันตแพทย์ทั่วไป หรือทันตแพทย์เฉพาะทางด้านวิทยาการวินิจฉัยโรคช่องปาก (Oral Medicine)
  • พบแพทย์หูคอจมูก (ENT Doctor): เมื่ออาการเจ็บไปกระจุกตัวอยู่ที่เพดานอ่อนด้านหลัง ลิ้นไก่ มีอาการกลืนลำบาก เจ็บคอมาก หรือสงสัยว่าเป็นทอนซิลอักเสบ

วิธีป้องกันไม่ให้เพดานปากอักเสบ

ปัญหาเจ็บเพดานปากส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน:

  • เป่าอาหารให้คลายความร้อนลงก่อนทานทุกครั้ง โดยเฉพาะอาหารจำพวกชีสเยิ้มๆ หรือน้ำซุปเดือดๆ
  • เคี้ยวอาหารให้ละเอียด หลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งจัดที่อาจแตกหักและแทงเพดานปาก
  • รักษาความสะอาดของช่องปาก แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อดูแลสุขภาพโดยรวมและอาจช่วยลดความถี่ในการเกิดแผลร้อนในได้บ้าง แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ทุกสาเหตุก็ตาม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ผู้ตรวจทานบทความ

ทพ.ธนิตย์ วนิชนพรัตน์ (หมอเอก)

ทพ.ธนิตย์ วนิชนพรัตน์ (หมอเอก)

  • วุฒิบัตรทันตแพทย์เฉพาะทางสาขาปริทันตวิทยา ทันตแพทยสภา
  • Certificate of Training Orthodontic and Miniscrew – Advance Orthodontic Society
  • Certification of Invisalign Provider
  • ทันตแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่
นัดปรึกษาคุณหมอ
Smile Seasons Logo
อยากปรึกษาทันตแพทย์?
สอบถามข้อสงสัย หรือนัดหมาย ออนไลน์ได้ทันที
LINE Icon ปรึกษาผ่าน LINE
เปิดทุกวันเวลา 10:00 – 20:00 น.

โทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: 02-114-3274

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน เราขอความยินยอมของคุณในการใช้คุกกี้ ดูรายละเอียด นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือ คุกกี้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน เราขอความยินยอมของคุณในการใช้คุกกี้ ดูรายละเอียด นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือ คุกกี้