รักษารากฟันคืออะไร เจ็บไหม ราคาเท่าไหร่ | Smile Seasons

รักษารากฟันคืออะไร เจ็บไหม รักษารากฟันราคา

คุณเคยรู้สึกเสียวฟัน หรือปวดฟันจี๊ดๆ จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แล้วทันตแพทย์บอกว่าคุณต้อง "รักษารากฟัน" ไหม? เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถามมากมายในหัว ทั้งกลัวเจ็บ กลัวแพง หรือสงสัยว่าทำไมต้องรักษายุ่งยาก ถอนทิ้งไปเลยไม่ได้หรือ?

วันนี้คลินิกทันตกรรม Smile Seasons จะพาคุณมาเจาะลึกทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับการรักษารากฟัน ทั้งขั้นตอนการรักษา ราคา การดูแลตัวเอง และระยะเวลาฟื้นตัว เพื่อให้คุณคลายความกังวลและสามารถเก็บรักษาฟันแท้ซี่สำคัญไว้ใช้งานได้นานที่สุดครับ

รักษารากฟัน (Root Canal Treatment) คืออะไร?

การรักษารากฟัน คือกระบวนการทางทันตกรรมเพื่อกำจัดแบคทีเรียและเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟันที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อออก จากนั้นทันตแพทย์เฉพาะทางจะทำความสะอาดคลองรากฟันให้ปลอดเชื้อ แล้วอุดปิดด้วยวัสดุพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคกลับเข้าไปอีก

ก่อนจะจบขั้นตอนด้วยการบูรณะตัวฟันด้านบนให้กลับมาแข็งแรง สวยงาม และใช้งานได้ตามปกติด้วยการไปรับบริการ อุดฟัน หรือทำ ครอบฟัน ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดกระบวนการครับ

มาตรฐานสากล: การรักษารากฟันที่ Smile Seasons Dental Clinic ดำเนินการโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง (Endodontist) ซึ่งอ้างอิงแนวทางปฏิบัติจาก สมาคมเอ็นโดดอนติกส์ไทย และ American Association of Endodontists (AAE) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคนไข้

สาเหตุของการติดเชื้อที่คลองรากฟัน

การติดเชื้อในคลองรากฟันไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มีปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียสามารถทะลุเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟันได้ สาเหตุหลักๆ ได้แก่:

  • ฟันผุลึก: การปล่อยให้ฟันผุนานโดยไม่รักษา จนเชื้อทะลุผ่านชั้นเคลือบฟันและเนื้อฟันเข้าไปถึงโพรงประสาท
  • ฟันแตกหรือฟันร้าว: จากอุบัติเหตุหรือการเคี้ยวของแข็งที่ผิดจังหวะ ทำให้เกิดช่องทางให้เชื้อโรคเข้าไปได้
  • การอุดฟันลึกมาก: หรือการทำหัตถการกับฟันซี่เดิมซ้ำๆ หลายครั้ง อาจส่งผลให้โพรงประสาทฟันเกิดการอักเสบได้
  • โรคเหงือกขั้นรุนแรง: เชื้อโรคจากร่องเหงือกอาจเข้าทางปลายรากฟันย้อนขึ้นไปทำลายประสาทฟันได้

หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษารากฟัน จะเกิดผลเสียอย่างไร?

เมื่อโพรงประสาทฟันเกิดการอักเสบและติดเชื้อแล้ว ร่างกายจะไม่สามารถรักษาตัวเองให้หายได้ หากคุณทนปวดหรือปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ยอมมารักษารากฟัน อาจนำไปสู่ผลเสียร้ายแรงดังนี้:

  • เกิดฝีหนองลุกลาม: เชื้อแบคทีเรียจะสร้างถุงหนองที่ปลายรากฟัน ซึ่งอาจลุกลามไปทำลายเนื้อเยื่อและกระดูกขากรรไกรบริเวณนั้น
  • อาการปวดทวีความรุนแรง: จากที่เคยปวดแค่ตอนเคี้ยว จะกลายเป็นปวดตุบๆ ตลอดเวลา แม้แต่ทานยาแก้ปวดก็อาจไม่ช่วยบรรเทา
  • สูญเสียฟันแท้ถาวร: หากโครงสร้างฟันและรากฟันถูกทำลายจนหมด ทันตแพทย์จะไม่สามารถเก็บฟันซี่นั้นไว้ได้อีกต่อไป และต้องทำการ ถอนฟัน ทิ้งในที่สุด
  • เสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือด: ในเคสที่รุนแรงมาก เชื้อหนองจากปลายรากฟันอาจแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด หรือลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียงซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

หากต้องถอนฟันทิ้ง คุณจะต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในระยะยาวที่สูงกว่ามาก เพื่อทำฟันทดแทน เช่น ฟันปลอม หรือ รากฟันเทียม ดังนั้น การรักษารากฟันจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการเก็บรักษาฟันธรรมชาติของคุณเอาไว้ครับ

รู้จักส่วนประกอบของรากฟัน

เพื่อให้เข้าใจความสำคัญของการรักษารากฟันมากขึ้น มาดูโครงสร้างฟันกันสั้นๆ ครับ:

  • เคลือบฟัน (Enamel): เกราะป้องกันชั้นนอกสุด แข็งแกร่งที่สุดในร่างกาย
  • เนื้อฟัน (Dentine): ชั้นถัดมา มีความยืดหยุ่นและเป็นชั้นที่สามารถส่งผ่านความรู้สึกเสียวฟันได้
  • โพรงประสาทฟัน (Pulp): หัวใจสำคัญ! เป็นที่อยู่ของเส้นเลือดและเส้นประสาท เมื่อเชื้อโรคเจาะทะลุมาถึงชั้นนี้ จะทำให้ปวดฟันรุนแรง
  • คลองรากฟัน (Root Canal): ท่อเล็กๆ ที่ต่อจากโพรงประสาทลงไปที่ปลายรากฟัน เป็นเส้นทางที่เชื้อโรคสามารถใช้เดินทางไปสร้างหนองที่ปลายรากได้

รักษารากฟัน ราคาเท่าไหร่? (อัปเดต 2026)

ค่ารักษาจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายและจำนวนคลองรากฟันของฟันแต่ละตำแหน่งครับ ซี่ที่มีรากฟันเยอะและโค้งงอจะใช้เวลาและความเชี่ยวชาญสูงกว่า ที่ Smile Seasons Dental Clinic เรามีอัตราค่าบริการเริ่มต้นดังนี้ครับ:

รายการรักษา ราคาเริ่มต้น (บาท) หมายเหตุ
รักษารากฟัน - ฟันหน้า 8,000 / ซี่ คลองรากฟันตรง รักษาง่าย
รักษารากฟัน - ฟันกรามน้อย 9,000 - 9,500 / ซี่ อาจมี 1 หรือ 2 ราก
รักษารากฟัน - ฟันกรามใหญ่ 12,000 - 14,000 / ซี่ รากฟันมีหลายแฉก ซับซ้อนที่สุด
รักษาฉุกเฉินเพื่อลดอาการปวด 2,000 / ครั้ง คิดค่ารักษาแยกจากค่ารักษารากฟัน
รื้อและรักษารากฟันซ้ำ (Retreat) 2,000 / ราก กรณีเคยรักษามาจากที่อื่นแล้วยังไม่หาย

* ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินค่ารักษาจริง (ราคานี้สามารถแบ่งชำระได้ตามจำนวนครั้งที่มารักษา และยังไม่รวมค่าเดือยฟันหรือครอบฟัน)

ขั้นตอนการรักษารากฟัน

การรักษารากฟันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนเข้าใจครับ ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีและยาชาที่มีประสิทธิภาพ ทำให้กระบวนการนี้เป็นไปอย่างราบรื่น โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้:

1 ตรวจและประเมินด้วยภาพรังสี (X-ray)

ทันตแพทย์เฉพาะทางจะซักประวัติและถ่ายภาพรังสี เพื่อประเมินรูปร่างของรากฟัน จำนวนคลองรากฟัน และเช็กขนาดของรอยโรคบริเวณปลายรากอย่างละเอียด

2 ฉีดยาชาและใส่แผ่นยางกันน้ำลาย (Rubber Dam)

ทันตแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่เพื่อไม่ให้คนไข้รู้สึกเจ็บปวด (ขั้นตอนนี้เจ็บนิดเดียวเหมือนมดกัด) จากนั้นจะกั้นฟันซี่ที่ทำด้วยแผ่นยาง เพื่อป้องกันน้ำลายและแบคทีเรียไม่ให้ตกลงไปในคลองรากฟัน

3 กรอเปิดโพรงประสาทฟัน (Access Preparation)

เปิดช่องทางเข้าสู่โพรงประสาทฟันจากด้านบนของตัวฟัน เพื่อกำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อ อักเสบ และเนื้อฟันที่ผุออกจนหมด

4 ทำความสะอาดคลองรากฟัน (Cleaning and Shaping)

ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือตะไบขนาดเล็กมากๆ ทำการขยายและทำความสะอาดคลองรากฟัน ควบคู่กับการฉีดล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าแบคทีเรียถูกกำจัดออกไปจนหมดจด

5 ใส่ยาฆ่าเชื้อและอุดชั่วคราว

หากยังมีหนองหรือการติดเชื้อที่รุนแรง ทันตแพทย์จะใส่ยาฆ่าเชื้อทิ้งไว้ในคลองรากฟัน แล้วอุดปิดชั่วคราวไว้ก่อน (ขั้นตอนนี้อาจต้องมาทำซ้ำ 2-3 ครั้ง ห่างกัน 1-2 สัปดาห์ เพื่อเปลี่ยนยาจนกว่าคลองรากฟันจะสะอาด ไร้เชื้อแบคทีเรีย)

6 อุดปิดถาวรและทำครอบฟัน

เมื่ออาการหายสนิทและไม่มีเชื้อโรคหลงเหลือ ทันตแพทย์จะอุดปิดคลองรากฟันแบบถาวรด้วยวัสดุพิเศษ (Gutta-percha) และบูรณะตัวฟันด้านบนด้วยการใส่เดือยฟันและทำครอบฟัน เพื่อความแข็งแรงและกลับมาบดเคี้ยวได้ตามปกติ

การดูแลตัวเองหลังรักษารากฟัน (Post-Treatment Care)

หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการรักษารากฟันในแต่ละครั้ง การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันแตกหักหรือติดเชื้อซ้ำ:

  • งดเคี้ยวอาหารแข็ง: (สำคัญมาก) ห้ามใช้ฟันซี่ที่กำลังรักษารากไปเคี้ยวของแข็ง ของเหนียว หรือน้ำแข็งเด็ดขาด จนกว่าจะทำครอบฟันเสร็จเรียบร้อย เพราะเนื้อฟันที่เหลืออยู่จะเปราะบางและเสี่ยงต่อการแตกหักสูงมาก
  • ทานยาตามแพทย์สั่ง: ทันตแพทย์อาจจ่ายยาแก้ปวด หรือยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ให้รับประทาน ควรทานให้ครบโดสตามคำแนะนำ
  • รักษาความสะอาด: สามารถแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันบริเวณซี่ที่รักษาได้ตามปกติ แต่ให้ทำอย่างเบามือ
  • มาตามนัดอย่างเคร่งครัด: ห้ามทิ้งช่วงการรักษานานเกินไป แม้ว่าอาการปวดจะหายไปแล้วก็ตาม เพราะวัสดุอุดชั่วคราวอาจหลุดหรือละลาย ทำให้เชื้อโรคกลับเข้าไปใหม่ได้ครับ

ระยะเวลาในการฟื้นตัว (Recovery Timeline)

โดยปกติแล้ว ร่างกายจะสามารถปรับตัวและฟื้นฟูบริเวณที่รักษารากฟันได้อย่างรวดเร็วครับ:

  • 1-3 วันแรก หลังทำ: เมื่อยาชาหมดฤทธิ์ คุณอาจรู้สึกระบม ตึงๆ หรือเจ็บเล็กน้อยเมื่อกัดฟันกระทบกัน อาการเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อปลายรากฟัน สามารถทานยาแก้ปวด (เช่น Paracetamol หรือ Ibuprofen) เพื่อบรรเทาอาการได้
  • 1 สัปดาห์ หลังทำ: อาการระบมและตึงจะค่อยๆ หายไปจนเกือบเป็นปกติ สามารถใช้ชีวิตและทานอาหารอ่อนๆ ได้สะดวกขึ้น
  • หลังทำครอบฟันเสร็จสิ้น: เมื่อใส่ครอบฟันถาวรเรียบร้อย คุณจะสามารถกลับมาใช้งานฟันซี่นั้นบดเคี้ยวอาหารได้เต็มประสิทธิภาพ 100% เหมือนฟันธรรมชาติซี่อื่นๆ ครับ

เช็กอาการ! คุณเข้าข่ายต้องรักษารากฟันไหม?

เลือกอาการที่คุณกำลังเป็นอยู่ (เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ผู้เขียนบทความ

ทพ.ธนิตย์ วนิชนพรัตน์ (หมอเอก)

ทพ.ธนิตย์ วนิชนพรัตน์ (หมอเอก)

ทันตแพทย์ผู้ให้ข้อมูลด้านทันตกรรม

  • วุฒิบัตรทันตแพทย์เฉพาะทางสาขาปริทันตวิทยา ทันตแพทยสภา
  • Certificate of Training Orthodontic and Miniscrew – Advance Orthodontic Society
  • Certification of Invisalign Provider
  • ทันตแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่
นัดปรึกษาคุณหมอ
เปิดทุกวันเวลา 10:00 – 20:00 น.

โทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: 02-144-3274

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน เราขอความยินยอมของคุณในการใช้คุกกี้ ดูรายละเอียด นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือ คุกกี้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน เราขอความยินยอมของคุณในการใช้คุกกี้ ดูรายละเอียด นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือ คุกกี้