เลือดออกตามไรฟัน เกิดจากอะไร อันตรายไหม วิธีรักษา 2026

ผู้ป่วยมีอาการเลือดออกตามไรฟันขณะแปรงฟัน สัญญาณของโรคเหงือกอักเสบ
อาการเลือดออกตามไรฟันเป็นสัญญาณเตือนที่พบได้บ่อยจากปัญหาสุขภาพเหงือกและช่องปาก

ข้อควรระวัง: เหงือกที่มีสุขภาพดีจะไม่มีเลือดออกขณะแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน หากมีเลือดออกเป็นประจำ ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนลุกลามเป็นโรคปริทันต์อักเสบ

เลือดออกตามไรฟันเกิดจากอะไร

เลือดออกตามไรฟัน เกิดจากอาการอักเสบของเนื้อเยื่อเหงือก ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์และหินปูนรอบๆ คอฟัน (โรคเหงือกอักเสบ) ทำให้เหงือกบวมแดง อ่อนแอ และมีเลือดออกได้ง่ายเมื่อถูกรบกวน แม้เพียงการแปรงฟันเบาๆ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการเลือดออกตามไรฟันได้ เช่น การขาดวิตามิน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือโรคประจำตัวบางชนิด

เพื่อให้เข้าใจอย่างละเอียด ทันตแพทย์ได้สรุปสาเหตุที่พบได้บ่อยแบ่งเป็นข้อๆ ดังนี้:

  • โรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ (สาเหตุหลัก): คราบพลัคหรือคราบแบคทีเรียที่ตกค้างจะสะสมแร่ธาตุจากน้ำลายจนแข็งตัวกลายเป็นหินปูน ทำให้เหงือกอักเสบ และหากลุกลามเป็นโรคปริทันต์อาจทำลายเนื้อเยื่อเหงือกและกระดูกเบ้าฟันได้
  • หินปูนสะสมตามร่องเหงือก: หินปูนผิวขรุขระจะเสียดสีกับเหงือกตลอดเวลา ทำให้เหงือกอักเสบและมีเลือดออกง่าย
  • แปรงฟันแรงเกินไปหรือขนแปรงแข็ง: การใช้แปรงสีฟันที่ขนแข็งและออกแรงขัดถูอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดแผลที่เหงือกและอาจมีอาการเสียวฟันร่วมด้วย
  • ขาดวิตามินซี (โรคลักปิดลักเปิด): ร่างกายขาดวิตามินซีที่ช่วยในการสร้างคอลลาเจน ทำให้หลอดเลือดฝอยเปราะแตกง่าย
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: อาจเริ่มมีอาการในระหว่างตั้งครรภ์ วัยรุ่น หรือช่วงมีประจำเดือน ฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปทำให้เหงือกตอบสนองต่อคราบพลัคหรือแบคทีเรียได้ไวเป็นพิเศษ ส่งผลให้เหงือกบวมแดงและอักเสบง่ายขึ้น
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด (เช่น วาร์ฟาริน หรือแอสไพริน) อาจพบปัญหาเลือดออกตามไรฟันได้ง่ายกว่าปกติ
  • โรคเกี่ยวกับเลือด: โรคทางระบบบางชนิด เช่น ลูคีเมีย (มะเร็งเม็ดเลือดขาว) หรือภาวะเกล็ดเลือดต่ำ เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องระวังอย่างมาก
  • ฟันปลอมที่ไม่พอดี: ฟันปลอมแบบถอดได้ที่หลวมหรือขอบกดเหงือก ทำให้เกิดการเสียดสีจนเกิดแผลและเลือดออก
8 สาเหตุของเลือดออกตามไรฟัน หินปูน เหงือกอักเสบ แปรงฟันแรง ขาดวิตามิน ฮอร์โมน Smile Seasons
สาเหตุของเลือดออกตามไรฟันที่พบบ่อย โดยโรคเหงือกอักเสบจากคราบหินปูนเป็นสาเหตุหลัก

เลือดออกตามไรฟันขาดวิตามินอะไร

เมื่อพูดถึงอาการเลือดออกตามไรฟัน หลายคนมักนึกถึงการขาดวิตามินเป็นอันดับแรก ซึ่งวิตามินที่มีผลโดยตรงต่อสุขภาพเหงือกและการแข็งตัวของเลือดมีอยู่ 2 ชนิดหลักๆ คือ:

  • วิตามินซี (Vitamin C): หรือที่เรียกว่าโรคลักปิดลักเปิด การขาดวิตามินซีทำให้ร่างกายไม่สามารถสร้างคอลลาเจนที่เป็นโครงสร้างหลักของหลอดเลือดฝอยได้เพียงพอ หลอดเลือดที่เหงือกจึงเปราะและแตกง่าย สามารถเสริมได้จากการทานผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี และสตรอว์เบอร์รี
  • วิตามินเค (Vitamin K): วิตามินชนิดนี้มีหน้าที่สำคัญในกระบวนการแข็งตัวของเลือด หากร่างกายขาดวิตามินเค จะทำให้เมื่อเกิดแผลเล็กๆ ที่เหงือก เลือดจะหยุดไหลช้าหรือออกง่ายกว่าปกติ พบได้มากในผักใบเขียว เช่น คะน้า บรอกโคลี และผักโขม

เลือดออกตามไรฟันตอนแปรงฟัน ปกติไหม

"ไม่ปกติครับ" หลายคนเข้าใจผิดว่าการมีเลือดปนมากับฟองยาสีฟันหรือติดมากับไหมขัดฟันเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ในทางการแพทย์ เหงือกที่มีสุขภาพดี แข็งแรง และมีสีชมพูอ่อน จะไม่มีเลือดออกแม้จะถูกแปรงฟันหรือขัดฟัน (หากใช้น้ำหนักมือที่เหมาะสม)

อาการเลือดออกตอนแปรงฟันคือ "สัญญาณเตือนแรก" ที่บ่งบอกว่าเหงือกบริเวณนั้นกำลังอักเสบจากการมีคราบพลัคสะสม หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ปรับเปลี่ยนวิธีทำความสะอาดและไม่มาพบทันตแพทย์เพื่อขจัดคราบหินปูน อาการอักเสบจะลุกลามลงไปสู่กระดูกเบ้าฟัน เกิดเป็นโรคปริทันต์อักเสบ และนำไปสู่การสูญเสียฟันในที่สุด

เปรียบเทียบเหงือกสุขภาพดีสีชมพูกับเหงือกอักเสบบวมแดงมีเลือดออก Smile Seasons
เหงือกสุขภาพดีจะไม่มีเลือดออกขณะแปรงฟัน ต่างจากเหงือกอักเสบที่บวมแดงและมีเลือดออกง่าย

คนท้องเลือดออกตามไรฟัน เกิดจากอะไร

ปัญหา เหงือกอักเสบขณะตั้งครรภ์ (Pregnancy Gingivitis) อาจเริ่มมีอาการในระหว่างตั้งครรภ์ โดยมักพบได้บ่อยและอาจเป็นมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่สาม สาเหตุหลักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เหงือกตอบสนองต่อคราบพลัคหรือแบคทีเรียได้ไวเป็นพิเศษ ส่งผลให้เหงือกบวมแดงและอักเสบง่ายขึ้น

การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเคร่งครัดในช่วงตั้งครรภ์จึงสำคัญมาก เพราะมีรายงานความสัมพันธ์ระหว่างโรคปริทันต์ที่รุนแรงกับภาวะแทรกซ้อนบางอย่างของการตั้งครรภ์ได้

เลือดออกตามไรฟัน อันตรายไหม สัญญาณที่ต้องรีบพบทันตแพทย์

แม้ส่วนใหญ่จะเกิดจากโรคเหงือกอักเสบที่รักษาได้ง่าย แต่ในบางกรณีที่พบได้น้อย อาการเลือดออกตามไรฟันอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางระบบที่รุนแรง หากคุณมีอาการร่วมดังต่อไปนี้ ควรรีบพบทันตแพทย์หรือแพทย์โดยด่วน:

  • เลือดออกปริมาณมาก เลือดออกไม่หยุดนานผิดปกติ หรือเกิน 10-15 นาทีแม้จะกดห้ามเลือดแล้ว
  • มีเลือดออกเองได้โดยไม่ได้แปรงฟัน หรือพบรอยเลือดบนหมอนหลังตื่นนอน (โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับอาการผิดปกติอื่นๆ หรือเกิดขึ้นบ่อยครั้ง)
  • เหงือกบวมแดงจัด มีหนองไหลออกจากร่องเหงือก หรือมีกลิ่นปากรุนแรงที่แปรงฟันก็ไม่หาย
  • ฟันเริ่มโยก หรือสังเกตเห็นเหงือกร่นจนเห็นรากฟัน
  • มีรอยช้ำจ้ำเลือดตามร่างกายโดยไม่มีสาเหตุ หรือมีอาการอ่อนเพลียร่วมด้วย (อาจเป็นสัญญาณของโรคเกี่ยวกับเลือด เช่น ลูคีเมีย)

วิธีรักษาเลือดออกตามไรฟัน

การรักษาที่ตรงจุดที่สุดคือการกำจัดสาเหตุหลักนั่นคือ "คราบหินปูนและแบคทีเรีย" ซึ่งไม่สามารถแปรงออกได้เอง ต้องอาศัยเครื่องมือทันตกรรม โดยทันตแพทย์จะพิจารณาวิธีรักษาตามความรุนแรงของโรค:

วิธีรักษา เหมาะสำหรับ ราคาโดยประมาณ (บาท)
ขูดหินปูนและขัดฟัน (Scaling) ผู้ที่มีคราบหินปูนสะสม เหงือกอักเสบจากคราบพลัค (Plaque-induced gingivitis) 900 - 1,500
เกลารากฟัน (Root Planing) ผู้ที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบ มีหินปูนสะสมลึกลงไปใต้ร่องเหงือก (ในบางกรณีอาจต้องใช้ยาชา) 1,000 - 2,000 / ซี่ หรือ แบ่งทำทีละซี่/ฝั่ง
ผ่าตัดเหงือก (Flap Surgery) ผู้ที่เป็นโรคปริทันต์ขั้นรุนแรง ร่องเหงือกลึกมากจนเครื่องมือปกติทำความสะอาดไม่ถึง ประเมินตามความซับซ้อนโดยทันตแพทย์เฉพาะทางปริทันต์
หยุดปัญหาเลือดออกตามไรฟันตั้งแต่เนิ่นๆ

อย่าปล่อยให้เหงือกอักเสบลุกลามจนสูญเสียฟัน ทักมานัดตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนกับทันตแพทย์ที่ Smile Seasons ได้เลยครับ มีสิทธิประกันสังคมไม่ต้องสำรองจ่าย

นัดคิวขูดหินปูน ทาง LINE

เลือดออกตามไรฟันไม่หยุด ทำยังไง

หากคุณมีอาการเลือดออกตามไรฟันอย่างต่อเนื่องและไม่ยอมหยุดไหล ให้ตั้งสติและทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นดังนี้:

  1. ใช้ผ้าก๊อซสะอาดหรือสำลีพันก้านชุบน้ำหมาดๆ ม้วนเป็นก้อนเล็กๆ วางกดลงบริเวณเหงือกที่มีเลือดออก กัดหรือกดค้างไว้อย่างน้อย 15-20 นาที
  2. ใช้น้ำแข็งประคบเย็นบริเวณแก้มด้านนอกตรงกับจุดที่มีเลือดออกประมาณ 10-15 นาที ความเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัวและเลือดหยุดไหลเร็วขึ้น
  3. ห้ามบ้วนน้ำแรงๆ หรือดูดบริเวณแผลเด็ดขาด เพราะจะทำให้ลิ่มเลือดที่กำลังก่อตัวหลุดออก และเลือดจะกลับมาไหลอีก
  4. หากกดห้ามเลือดแล้วเกิน 30 นาที เลือดยังคงไหลซึมไม่หยุด ควรรีบเดินทางไปพบทันตแพทย์หรือห้องฉุกเฉินทันที
4 ขั้นตอนปฐมพยาบาลเลือดออกตามไรฟันไม่หยุด กดผ้าก๊อซ ประคบเย็น พบทันตแพทย์ Smile Seasons
ขั้นตอนปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเลือดออกตามไรฟันไม่หยุด หากเกิน 30 นาทีควรรีบพบทันตแพทย์

วิธีป้องกันดูแลตัวเองที่บ้าน

การป้องกันไม่ให้เลือดออกตามไรฟันกลับมาเป็นซ้ำ สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลช่องปากในชีวิตประจำวัน:

  • เลือกใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม (Soft bristles) แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยน้ำหนักมือที่เบาและถูกวิธี (หมุนปัดจากเหงือกไปหาปลายฟัน)
  • ใช้ไหมขัดฟัน (Dental Floss) หรือแปรงซอกฟันทุกวัน เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์บริเวณซอกฟันที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการอักเสบ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เสริมวิตามินซีจากผลไม้สด และดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อลดอาการปากแห้ง
  • งดสูบบุหรี่ สารเคมีในบุหรี่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและการตอบสนองของเหงือก อีกทั้งยังทำให้หลอดเลือดตีบตันจนบดบังอาการอักเสบ ทำให้โรคปริทันต์ลุกลามโดยไม่รู้ตัว
  • พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูน ตามความเสี่ยงและระยะเวลาที่ทันตแพทย์แนะนำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ผู้ตรวจทานบทความ

ทพ.ธนิตย์ วนิชนพรัตน์ (หมอเอก)

ทพ.ธนิตย์ วนิชนพรัตน์ (หมอเอก)

  • วุฒิบัตรทันตแพทย์เฉพาะทางสาขาปริทันตวิทยา ทันตแพทยสภา
  • Certificate of Training Orthodontic and Miniscrew – Advance Orthodontic Society
  • Certification of Invisalign Provider
  • ทันตแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่
นัดปรึกษาคุณหมอ
Smile Seasons Logo
อยากปรึกษาทันตแพทย์?
สอบถามข้อสงสัย หรือนัดหมาย ออนไลน์ได้ทันที
LINE Icon ปรึกษาผ่าน LINE
เปิดทุกวันเวลา 10:00 – 20:00 น.

โทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: 02-114-3274

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน เราขอความยินยอมของคุณในการใช้คุกกี้ ดูรายละเอียด นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือ คุกกี้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน เราขอความยินยอมของคุณในการใช้คุกกี้ ดูรายละเอียด นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือ คุกกี้