รากฟันเทียมคืออะไร มีกี่แบบ ยี่ห้อไหนดี ข้อดีข้อเสีย 2569

รากฟันเทียมคืออะไร มีกี่แบบ ยี่ห้อไหนดี ข้อดีข้อเสีย Smile Seasons
ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกำลังอธิบายแบบจำลองรากฟันเทียมให้คนไข้ฟังที่ Smile Seasons Dental Clinic

ห้ามพลาด: ตอนนี้มีโปรโมชันรากฟันเทียมพิเศษอยู่ ดูรายละเอียดโปรและราคาพิเศษได้ที่นี่

รากฟันเทียม (Dental Implant) คือนวัตกรรมทางทันตกรรมที่ใช้ทดแทนฟันที่สูญเสียไปได้อย่างใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด โดยศัลยแพทย์จะทำการฝังรากวัสดุไทเทเนียมลงในกระดูกขากรรไกรเพื่อใช้เป็นฐานรองรับครอบฟัน การใส่รากเทียมช่วยให้คุณกลับมาเคี้ยวอาหารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ยิ้มได้อย่างมั่นใจ และมีความแข็งแรงทนทานกว่าการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ทั่วไป บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ราคาแต่ละยี่ห้อ ไปจนถึง FAQ ที่พบบ่อย

รากฟันเทียม (Dental Implant) คืออะไร?

โครงสร้างของรากฟันเทียมถูกออกแบบมาให้เลียนแบบฟันธรรมชาติอย่างสมบูรณ์แบบ โดยประกอบด้วย 3 ชิ้นส่วนหลักที่ทำงานร่วมกัน

1. รากเทียม (Fixture)

ส่วนที่สำคัญที่สุด ลักษณะคล้ายสกรูหรือน็อตขนาดเล็ก ทำจากวัสดุไทเทเนียมบริสุทธิ์ที่มีคุณสมบัติเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อมนุษย์ ทันตแพทย์จะฝังส่วนนี้ลงไปในกระดูกขากรรไกรเพื่อให้ทำหน้าที่แทนรากฟันแท้

2. แกนรองรับ (Abutment)

ชิ้นส่วนข้อต่อที่ทำหน้าที่เป็นแกนกลางเชื่อมระหว่างรากไทเทเนียมที่อยู่ในเหงือก กับตัวครอบฟันที่อยู่ด้านบน

3. ครอบฟัน (Crown)

ส่วนที่มองเห็นเป็นรูปร่างฟันด้านบน ใช้สำหรับบดเคี้ยวอาหารและสร้างความสวยงามเวลายิ้ม มักทำจากวัสดุเซรามิกที่มีสีและความใสใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติซี่อื่นๆ (อ่านเพิ่มเติมเรื่องวัสดุครอบฟัน)

โครงสร้างรากฟันเทียม 3 ส่วน ประกอบด้วย ครอบฟัน แกนรองรับ และรากไทเทเนียม
ภาพวาด 3 มิติแสดงส่วนประกอบของรากฟันเทียมแบบแยกชิ้นส่วน เพื่อให้เห็นภาพการเชื่อมต่อระหว่างรากเทียม แกนรองรับ และครอบฟัน

ทำรากฟันเทียมดีอย่างไร ทำไมหลายคนเลือกวิธีนี้

รากฟันเทียมได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากกว่าการทดแทนฟันแบบอื่น ทั้งในแง่การใช้งานและการดูแลสุขภาพช่องปากในระยะยาว ทันตแพทย์ขอสรุปข้อดีหลักที่ทำให้คนไข้จำนวนมากตัดสินใจเลือกวิธีนี้

เคี้ยวอาหารได้เต็มประสิทธิภาพ

เนื่องจากรากไทเทเนียมยึดติดแน่นกับกระดูกขากรรไกร รากฟันเทียมจึงรับแรงบดเคี้ยวได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ คนไข้สามารถกลับมารับประทานอาหารที่ต้องออกแรงเคี้ยว เช่น เนื้อสัตว์หรือผลไม้เนื้อแข็ง ได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าฟันจะหลวมหรือขยับเหมือนการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้

ช่วยรักษามวลกระดูกขากรรไกร

เมื่อสูญเสียฟันแท้ไป กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นจะค่อยๆ ฝ่อลีบลงเพราะขาดแรงกระตุ้นจากการบดเคี้ยว รากฟันเทียมทำหน้าที่แทนรากฟันจริงในการส่งแรงลงสู่กระดูก จึงช่วยชะลอการละลายของกระดูก และรักษารูปหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติในระยะยาว

ไม่กระทบฟันซี่ข้างเคียง

การฝังรากฟันเทียมเป็นการทดแทนเฉพาะซี่ที่หายไปโดยตรง ทันตแพทย์ไม่จำเป็นต้องกรอเนื้อฟันซี่ข้างเคียงเพื่อทำเป็นเสาหลักเหมือนการทำสะพานฟัน ฟันธรรมชาติซี่อื่นจึงยังคงแข็งแรงและสมบูรณ์ตามเดิม

เพิ่มความมั่นใจในการยิ้มและการพูด

ครอบฟันเซรามิกด้านบนถูกออกแบบให้มีสีและรูปทรงกลมกลืนกับฟันซี่อื่น ทำให้รอยยิ้มดูเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้การมีฟันครบยังช่วยให้ออกเสียงได้ชัดเจน ลดปัญหาการพูดติดขัดที่มักพบในผู้ที่ใส่ฟันปลอมไม่กระชับ

4 ประโยชน์ของรากฟันเทียม เคี้ยวได้เต็มที่ รักษากระดูก ไม่กระทบฟันข้างเคียง และยิ้มมั่นใจ
ภาพอินโฟกราฟิกสรุป 4 ประโยชน์หลักของการทำรากฟันเทียม แสดงด้วยไอคอนการเคี้ยวอาหาร การรักษากระดูกขากรรไกร การไม่กระทบฟันข้างเคียง และความมั่นใจในการยิ้ม

รากฟันเทียม ต่างจากฟันปลอม และสะพานฟัน อย่างไร?

เมื่อสูญเสียฟันแท้ คนไข้มักลังเลว่าจะเลือกใส่อะไรดี ทันตแพทย์ขอสรุปข้อแตกต่างเพื่อประกอบการตัดสินใจดังนี้ครับ

รากฟันเทียม vs ฟันปลอมถอดได้

ฟันปลอมถอดได้มีข้อจำกัดเรื่องความกระชับ อาจหลวมหรือขยับเวลาเคี้ยวอาหารแข็งๆ และมีตะขอเกี่ยวที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ ในขณะที่รากฟันเทียมยึดติดแน่นถาวร เคี้ยวอาหารได้เหมือนฟันแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์

รากฟันเทียม vs สะพานฟัน

การทำสะพานฟันจำเป็นต้องกรอเนื้อฟันซี่ข้างเคียงที่แข็งแรงดีให้เล็กลงเพื่อใช้เป็นเสาหลัก ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงฟันผุในอนาคต แต่การทำรากฟันเทียมจะเป็นการฝังรากอิสระเฉพาะซี่ที่หายไป โดยไม่ทำลายเนื้อฟันซี่ข้างเคียงเลย

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือ รากฟันเทียมช่วยรักษามวลกระดูกขากรรไกรไม่ให้ละลายหรือฝ่อลีบลง ซึ่งเป็นปัญหาที่มักพบในคนไข้ที่ใส่ฟันปลอมถอดได้เป็นเวลานาน

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย รากฟันเทียม สะพานฟัน และฟันปลอมถอดได้
ตารางภาพเปรียบเทียบวิธีการทดแทนฟัน 3 แบบ แสดงให้เห็นว่ารากฟันเทียมเป็นวิธีเดียวที่ไม่ทำลายฟันซี่ข้างเคียงและป้องกันกระดูกฝ่อ

ใครเหมาะและใครไม่เหมาะกับการทำรากฟันเทียม

ก่อนตัดสินใจทำรากฟันเทียม ทันตแพทย์จะประเมินสุขภาพช่องปากและสภาพร่างกายโดยรวมก่อนเสมอ เพราะแม้รากฟันเทียมจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่ก็เหมาะกับคนบางกลุ่มมากกว่า และมีข้อควรระวังสำหรับบางกลุ่มเช่นกัน

กลุ่มคนที่เหมาะกับการทำรากฟันเทียม

โดยทั่วไปผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีกระดูกขากรรไกรหนาเพียงพอ และดูแลความสะอาดช่องปากได้ดี มักเป็นกลุ่มที่เหมาะกับการทำรากฟันเทียม ไม่ว่าจะสูญเสียฟันเพียงซี่เดียว หลายซี่ หรือทั้งปาก ผู้สูงอายุก็สามารถทำได้หากสุขภาพโดยรวมแข็งแรงและไม่มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ ทันตแพทย์จะใช้ภาพถ่าย CT Scan ประกอบการประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

ส่วนกลุ่มที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ หรืออาจยังไม่เหมาะกับการทำในขณะนั้น มีดังนี้

เด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18–20 ปี

กระดูกขากรรไกรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ การฝังรากเทียมเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาการสบฟันผิดปกติในอนาคต ส่วนผู้สูงอายุ 70–80 ปี สามารถทำได้หากสุขภาพร่างกายแข็งแรง

ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้

ระดับน้ำตาลที่สูงทำให้แผลหายช้า และเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อจนกระดูกไม่เชื่อมติดกับรากเทียม หากควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีก็สามารถทำได้ตามการประเมินของทันตแพทย์

ผู้ที่สูบบุหรี่จัด

สารเคมีในบุหรี่ทำลายการไหลเวียนของเลือดบริเวณเหงือก ลดอัตราความสำเร็จของการฝังรากเทียมอย่างมาก ทันตแพทย์จะแนะนำให้งดสูบบุหรี่อย่างเคร่งครัดทั้งก่อนและหลังผ่าตัด

สตรีมีครรภ์

ควรเลื่อนการผ่าตัดออกไปจนกว่าจะคลอดบุตรเรียบร้อยแล้ว เพื่อความปลอดภัยของทารกในครรภ์

เช็กความพร้อมก่อนทำรากฟันเทียม กลุ่มที่เหมาะและกลุ่มที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ
ภาพเช็กลิสต์สองคอลัมน์เปรียบเทียบกลุ่มคนที่เหมาะกับการทำรากฟันเทียมและกลุ่มที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษก่อนเข้ารับการรักษา

รากฟันเทียม ยี่ห้อไหนดี? เลือกแบบไหนดีที่สุด

คลินิกทันตกรรมเลือกใช้รากฟันเทียมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก

รากฟันเทียมเกาหลีใต้ (Osstem, Neobiotech)

มีจุดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงง่าย คุ้มค่า และมีผลการวิจัยทางคลินิกรองรับอย่างแพร่หลาย เหมาะสำหรับเคสทั่วไปที่สภาพกระดูกขากรรไกรยังแข็งแรงดี

รากฟันเทียมยุโรปและอเมริกา (Straumann, Neodent, Astratech)

เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลก ผิวของรากเทียมถูกออกแบบมาพิเศษให้กระดูกขากรรไกรสร้างเซลล์มาเกาะยึดติดได้ดี เหมาะสำหรับเคสที่กระดูกบางหรือต้องการลดระยะเวลาพักฟื้น ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกเคสที่เหมาะสมและการดูแลหลังผ่าตัดของคนไข้แต่ละคน

ถอนฟันแล้วทำรากฟันเทียมทันที (Immediate Implant) ได้ไหม?

คนไข้หลายคนไม่อยากฟันหลอรอหลายเดือน โดยเฉพาะตำแหน่งฟันหน้า จึงเกิดคำถามว่า "ถอนฟันแล้วฝังรากเทียมเลยได้ไหม?"

ในบางกรณีที่เหมาะสม อาจทำแบบเร่งรัดได้ในวันเดียวกับที่ถอนฟัน เทคนิคนี้เรียกว่า Immediate Implant อย่างไรก็ตามต้องประเมินเป็นรายบุคคลก่อนเสมอ เนื่องจากกระดูกเบ้าฟันและเหงือกบริเวณนั้นต้องมีความสมบูรณ์ แข็งแรง และไม่มีการอักเสบติดเชื้อเป็นหนองรุนแรง ทันตแพทย์เฉพาะทางจะเป็นผู้ประเมินจากภาพถ่าย CT Scan ว่าเคสของคุณเข้าเกณฑ์สำหรับเทคนิคนี้หรือไม่

รากฟันเทียม All-on-4 สำหรับคนสูญเสียฟันทั้งปาก

สำหรับผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันแท้ไปทั้งปาก หรือใส่ฟันปลอมแบบถอดได้แล้วมีปัญหาหลวม เคี้ยวอาหารไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องฝังรากเทียมทีละซี่จนครบทุกซี่ครับ

All-on-4 หรือ All-on-6 คือการใช้รากฟันเทียมเพียง 4 หรือ 6 ตัวต่อขากรรไกร ฝังลงในตำแหน่งที่รับน้ำหนักได้ดีที่สุด เพื่อใช้เป็นเสาหลักยึดแผงฟันปลอมแบบติดแน่นทั้งชุด ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเจ็บตัวน้อยกว่าการฝังรากทีละซี่ ทั้งนี้ความเหมาะสมและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพกระดูกและสุขภาพช่องปากของแต่ละบุคคล ทันตแพทย์จำเป็นต้องประเมินเป็นรายบุคคลก่อนวางแผนการรักษา

ทำไมต้องปลูกกระดูก ก่อนทำรากฟันเทียม?

หากคุณปล่อยฟันหลอทิ้งไว้นานหลายปี กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นจะค่อยๆ ฝ่อลีบและบางลงตามธรรมชาติ เมื่อกระดูกไม่หนาหรือกว้างพอที่จะรองรับสกรูรากเทียม ทันตแพทย์จึงจำเป็นต้องทำการผ่าตัด เสริมกระดูก (Bone Grafting) เพื่อเพิ่มปริมาตรกระดูกให้เพียงพอก่อนหรือพร้อมกับการฝังรากเทียม เพื่อความแข็งแรงในระยะยาว

ขั้นตอนทำรากฟันเทียม เจ็บไหม? ใช้เวลากี่เดือน?

การฝังรากฟันเทียมเป็นการผ่าตัดเล็กที่ทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ คนไข้จะรู้สึกเจ็บน้อยมาก (หลายคนบอกว่าเจ็บน้อยกว่าการผ่าฟันคุดเสียอีก) กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 6 เดือน แบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1: ตรวจประเมินและวางแผนด้วย CT Scan

ทันตแพทย์จะถ่ายภาพรังสี 3 มิติ เพื่อวิเคราะห์ความหนาแน่นของกระดูก โครงสร้างเส้นประสาท และพิมพ์ปากเพื่อวางแผนตำแหน่งการฝังรากเทียมอย่างแม่นยำ

ระยะที่ 2: การผ่าตัดฝังรากเทียม

ศัลยแพทย์จะเปิดเหงือกและฝังรากไทเทเนียมลงในกระดูก หากต้องมีการปลูกกระดูก (Bone Graft) ก็มักจะทำร่วมกันในขั้นตอนนี้ ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมงต่อซี่

ระยะที่ 3: รอรากเทียมยึดติดกระดูก (Healing Phase)

โดยทั่วไปมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน เพื่อรอให้เซลล์กระดูกขากรรไกรสร้างเนื้อเยื่อมาเกาะยึดกับผิวรากเทียมจนแน่นสนิท (Osseointegration) ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของกระดูก สุขภาพโดยรวม และยี่ห้อของรากเทียมที่ใช้ ทันตแพทย์จะแจ้งกรอบเวลาที่ชัดเจนหลังจากประเมินเคสของคุณแล้ว

ระยะที่ 4: พิมพ์ปากและใส่ครอบฟันถาวร

เมื่อรากเทียมยึดติดสมบูรณ์ ทันตแพทย์จะใส่แกนรองรับและพิมพ์ปากเพื่อทำครอบฟันเซรามิกชิ้นจริง นำมายึดติดให้คุณพร้อมใช้งานบดเคี้ยวได้อย่างมั่นใจ

4 ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม ตรวจ CT Scan ผ่าตัดฝังราก พักฟื้น และใส่ครอบฟัน
ภาพกราฟิกแสดงไทม์ไลน์ 4 ขั้นตอนการทำรากฟันเทียมตั้งแต่เริ่มปรึกษาแพทย์ไปจนถึงการใส่ครอบฟันถาวรเสร็จสมบูรณ์

การดูแลตัวเองหลังทำรากฟันเทียม

การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดมีผลโดยตรงต่อความสำเร็จของรากฟันเทียม เพราะช่วงที่กระดูกกำลังสมานตัวกับรากเทียมเป็นช่วงที่บอบบางที่สุด ทันตแพทย์ขอแนะนำแนวทางการดูแลแบ่งตามช่วงเวลา เพื่อให้แผลหายดีและรากเทียมยึดติดแข็งแรง

การดูแลใน 24–48 ชั่วโมงแรก

ในช่วงสองวันแรกหลังผ่าตัด คนไข้ควรประคบเย็นบริเวณแก้มด้านนอกเพื่อลดอาการบวม หลีกเลี่ยงการบ้วนน้ำลายหรือบ้วนปากแรงๆ เพราะอาจทำให้ลิ่มเลือดที่ปิดแผลหลุด ควรเลือกรับประทานอาหารอ่อนและเย็น งดอาหารร้อนจัด และรับประทานยาตามที่ทันตแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

ช่วงพักฟื้น 1–2 สัปดาห์

หลังผ่านช่วงแรกไปแล้ว คนไข้ยังควรเคี้ยวอาหารด้วยฟันฝั่งตรงข้ามกับแผลผ่าตัด และดูแลความสะอาดช่องปากอย่างนุ่มนวลด้วยแปรงขนนุ่ม การงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงนี้สำคัญมาก เพราะช่วยให้แผลหายเร็วและลดความเสี่ยงการติดเชื้อ โดยทั่วไปทันตแพทย์จะนัดมาตัดไหมและตรวจแผลประมาณ 7 ถึง 14 วันหลังผ่าตัด

การดูแลระยะยาวเพื่อให้รากฟันเทียมอยู่ได้นาน

เมื่อใส่ครอบฟันถาวรเรียบร้อยแล้ว การดูแลรากฟันเทียมก็คล้ายกับการดูแลฟันธรรมชาติ คือแปรงฟันวันละสองครั้ง ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันทำความสะอาดบริเวณรอบรากเทียม และเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนทุก 6 เดือน การดูแลอย่างสม่ำเสมอช่วยให้รากเทียมใช้งานได้ยาวนานหลายสิบปี

ไทม์ไลน์การดูแลหลังทำรากฟันเทียม 24-48 ชั่วโมงแรก ช่วงพักฟื้น 1-2 สัปดาห์ และระยะยาว
ภาพไทม์ไลน์แสดงแนวทางการดูแลตัวเองหลังทำรากฟันเทียม 3 ช่วง ตั้งแต่ 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรก ช่วงพักฟื้น 1 ถึง 2 สัปดาห์ และการดูแลระยะยาว

รากฟันเทียม ราคาเท่าไหร่? สรุปค่าใช้จ่ายโดยประมาณ แยกตามยี่ห้อ

รากฟันเทียมราคาเริ่มต้นประมาณ 40,000 บาทต่อซี่ และอาจสูงถึง 85,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อรากเทียมและความซับซ้อนของเคส Smile Seasons Dental Clinic ให้บริการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมโดยศัลยแพทย์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล (Oral and Maxillofacial Surgeon) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคนไข้ ตารางด้านล่างคือราคารากฟันเทียมเริ่มต้นของแต่ละแบรนด์โดยสังเขป หากต้องการรายละเอียดเจาะลึกและเปรียบเทียบราคาทุกแบรนด์ สามารถอ่านต่อได้ที่หน้าเปรียบเทียบราคารากฟันเทียมโดยเฉพาะ

รายการรักษา / ยี่ห้อรากเทียม ราคา (บาท) หน่วย
รากฟันเทียมเกาหลี Neobiotech 40,000 - 50,000 ซี่
รากฟันเทียมเกาหลี Osstem 45,000 - 55,000 ซี่
รากฟันเทียมสวิส Neodent 50,000 - 60,000 ซี่
รากฟันเทียมสวีเดน Astratech 70,000 - 80,000 ซี่
รากฟันเทียมสวิส Straumann 75,000 - 85,000 ซี่
ผ่าตัดปลูกกระดูกร่วมกับการฝังรากเทียม 2,000 - 2,500 ตำแหน่ง

* ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินค่ารักษาจริงตามความซับซ้อนของโครงสร้างกระดูก

อยากเห็นค่าใช้จ่ายแบบเจาะลึก ทั้งราคาแยกตามประเภท (ซี่เดียว สะพานฟัน และ All-on-4) ค่าใช้จ่ายแฝง และคลินิกกับโรงพยาบาลรัฐต่างกันแค่ไหน อ่านต่อได้ที่บทความเปรียบเทียบราคารากฟันเทียมทุกแบรนด์ครับ

สูญเสียฟันแท้ไป ปล่อยไว้นานระวังกระดูกขากรรไกรฝ่อลีบ

นัดปรึกษาศัลยแพทย์ช่องปาก Smile Seasons เพื่อประเมินสภาพกระดูกและวางแผนฝังรากฟันเทียมได้ฟรี

นัดปรึกษาฟรี ทาง LINE

ปรึกษาทำรากฟันเทียมกับศัลยแพทย์ช่องปาก

การทำรากฟันเทียมคือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อสุขภาพช่องปากในระยะยาว Smile Seasons Dental Clinic มอบความมั่นใจให้คุณด้วยทีมศัลยแพทย์ช่องปากเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญ คลินิกเปิดให้บริการทุกวัน 10.00 - 20.00 น. ทั้ง 10 สาขาครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ สามารถทัก LINE @smileseasons เพื่อปรึกษาและส่งภาพเอ็กซเรย์ให้คุณหมอประเมินได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ผู้เขียนบทความ

อ.ทพ.ดร.สุพลเทพ ตีระกนก (หมออู๊ด)

อ.ทพ.ดร.สุพลเทพ ตีระกนก (หมออู๊ด)

  • Certificate of Advanced Graduate Study in Periodontology, Boston University, USA
  • Doctor of Sciences in Dentistry in Periodontology, Boston University, USA (ปริญญาเอก)
  • Master of Education, The University of Illinois at Urbana-Champaign, USA
  • Master of Science in Clinical Education, The University of Edinburgh, UK
  • อาจารย์ประจำคณะทันตแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
  • ทันตแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2)
นัดปรึกษาคุณหมอ
Promotions
โปรโมชั่นพิเศษครบรอบ 10 ปี
เปิดทุกวันเวลา 10:00 – 20:00 น.

โทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: 02-114-3274

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน เราขอความยินยอมของคุณในการใช้คุกกี้ ดูรายละเอียด นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือ คุกกี้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน เราขอความยินยอมของคุณในการใช้คุกกี้ ดูรายละเอียด นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือ คุกกี้