All-on-4 คืออะไร? เปรียบเทียบ All-on-6 ราคาและขั้นตอน
ห้ามพลาด: ตอนนี้มีโปรโมชันรากฟันเทียมพิเศษอยู่ ดูรายละเอียดโปรและราคาพิเศษได้ที่นี่
All-on-4 คือเทคโนโลยีการทำรากฟันเทียมที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่สูญเสียฟันทั้งปาก โดยใช้รากเทียมเพียง 4 ตัวเป็นหลักยึดแผงฟันปลอมแบบติดแน่น (Full arch bridge) วิธีนี้ช่วยให้คนไข้ได้ฟันชุดใหม่ที่มั่นคงใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาฟันปลอมแบบถอดได้อีกต่อไป จุดเด่นที่น่าสนใจคือ ในบางเคสสามารถใส่ฟันชั่วคราวแบบติดแน่นได้ในวันเดียว (Same-day implants) ขึ้นกับความมั่นคงของรากเทียมและการประเมินของทันตแพทย์ พร้อมทั้งอาจช่วยลดความจำเป็นในการปลูกกระดูกในบางเคส ทำให้การรักษาอาจรวดเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ทั่วไป
All-on-4 คืออะไร?
เทคนิคการทำ All-on-4 มีหลักการสำคัญคือการฝังรากฟันเทียมไทเทเนียมจำนวน 4 ตัวลงในกระดูกขากรรไกร (บนหรือล่าง) เพื่อทำหน้าที่เสมือนรากฟันจริง โดยทันตแพทย์จะฝังรากเทียม 2 ตัวแรกในตำแหน่งฟันหน้าแบบตั้งตรง และอีก 2 ตัวด้านหลังในลักษณะเอียง 45 องศา การวางมุมเอียงนี้ช่วยหลีกเลี่ยงโพรงอากาศ (Sinus) ในขากรรไกรบนและเส้นประสาทในขากรรไกรล่าง ทำให้รากเทียมยึดเกาะกับกระดูกที่มีความหนาแน่นสูงได้อย่างมั่นคง
ระบบโครงสร้าง 4 จุดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับแผงฟันปลอมติดแน่นแบบเต็มซี่ (Full arch bridge) จำนวน 10-14 ซี่ต่อหนึ่งขากรรไกร ช่วยกระจายแรงบดเคี้ยว ซึ่งในหลายเคสคนไข้รู้สึกสบายขึ้นเมื่อเทียบกับการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ แต่อย่างไรก็ตาม ความแข็งแรงและความรู้สึกตึงหรือเจ็บจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
All-on-6 ต่างจาก All-on-4 ยังไง?
สำหรับ All-on-6 จะมีหลักการทำงานพื้นฐานเหมือนกัน แต่เพิ่มจำนวนรากเทียมเป็น 6 ตัวต่อหนึ่งขากรรไกร การเพิ่มรากเทียมอีก 2 ตัวช่วยเพิ่มฐานรากในการรับน้ำหนัก ทำให้การกระจายแรงบดเคี้ยวดีเยี่ยมยิ่งขึ้น และเพิ่มความมั่นคงของแผงฟันติดแน่นในระยะยาว
เทคนิค All-on-6 อาจพิจารณาโดยทันตแพทย์เฉพาะทางในเคสที่คนไข้มีมวลกระดูกขากรรไกรบางลง ความหนาแน่นของกระดูกลดลงตามอายุ หรือเป็นผู้ที่มีแรงกัดบดเคี้ยวสูงมาก การใช้เสาเข็ม 6 ต้นอาจช่วยรองรับโครงสร้างสะพานฟันได้ดีขึ้นและช่วยลดภาระการรับน้ำหนักของรากเทียมแต่ละตัว
เปรียบเทียบ All-on-4 vs All-on-6
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนก่อนตัดสินใจเข้ารับการประเมิน ทันตแพทย์ได้สรุปข้อแตกต่างสำคัญระหว่างการรักษาสองรูปแบบนี้ไว้ในตารางด้านล่าง
| หัวข้อเปรียบเทียบ | All-on-4 | All-on-6 |
|---|---|---|
| จำนวนรากเทียม | 4 ตัว ต่อขากรรไกร | 6 ตัว ต่อขากรรไกร |
| สภาพกระดูกที่ต้องการ | ปานกลางถึงดี (ยังคงต้องมีปริมาณกระดูกที่เพียงพอสำหรับการยึดเกาะ) | ต้องมีปริมาณกระดูกที่เพียงพอรองรับ 6 ตำแหน่ง |
| การกระจายแรงเคี้ยว | ดี รองรับการใช้งานทั่วไปได้สมบูรณ์ | ดีเยี่ยม รองรับแรงบดเคี้ยวหนักได้ดีกว่า |
| ราคาประเมิน | ประหยัดกว่า | สูงกว่า (เนื่องจากเพิ่มวัสดุรากเทียม 2 ตัว) |
| ระยะเวลาทำ (Same Day) | อาจใส่ฟันชั่วคราวได้ในวันเดียวกัน (ขึ้นอยู่กับการประเมิน) | อาจใส่ฟันชั่วคราวได้ในวันเดียวกัน (ขึ้นอยู่กับการประเมิน) |
ใครเหมาะกับแบบไหน?
การเลือกระหว่างสองวิธีนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการเพียงอย่างเดียว ทันตแพทย์จะพิจารณาจากภาพรังสี 3 มิติ (CT Scan) เป็นหลักเพื่อประเมินปริมาณและคุณภาพกระดูกขากรรไกรของแต่ละคน
คนไข้ที่มีกระดูกขากรรไกรในเกณฑ์ปกติถึงปานกลาง มักเหมาะกับ All-on-4 มากกว่า เพราะรากเทียม 4 ตัวสามารถยึดเกาะได้อย่างมั่นคงโดยไม่จำเป็นต้องปลูกกระดูกเพิ่ม และค่าใช้จ่ายรวมถูกกว่า ส่วน All-on-6 จะเหมาะกว่าในเคสผู้สูงอายุที่กระดูกบางลงตามอายุ ผู้ที่สูญเสียฟันมานานจนกระดูกเริ่มทรุดตัว หรือผู้ที่มีแรงกัดกรามสูงและต้องการฐานรากที่แข็งแรงกว่าในระยะยาว
ราคา All-on-4 และ All-on-6 ขึ้นอยู่กับอะไร?
สำหรับราคารากฟันเทียมแบบเหมาขากรรไกรจะไม่มีราคาตายตัว เนื่องจากเป็นการรวมค่าใช้จ่ายหลายส่วนเข้าด้วยกัน โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ แบรนด์ของรากฟันเทียมและวัสดุของแผงฟันติดแน่น
ที่ Smile Seasons Dental Clinic มีแบรนด์รากเทียมให้เลือกหลากหลายระดับตามงบประมาณ ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์เอเชียอย่าง Neobiotech เริ่มต้นที่ 40,000 บาท/ซี่, Osstem เริ่มต้น 45,000 บาท/ซี่ ไปจนถึงแบรนด์ยุโรปพรีเมียมอย่าง Straumann เริ่มต้น 75,000 บาท/ซี่ ทันตแพทย์จะนำราคาพื้นฐานเหล่านี้มาคำนวณร่วมกับวัสดุแผงฟันถาวร (เช่น อะคริลิกหรือพอร์ซเลน) เพื่อสรุปเป็นราคาเหมาจ่ายที่ชัดเจนก่อนเริ่มการรักษาเสมอ
ขั้นตอนการทำ All-on-4
กระบวนการบูรณะฟันทั้งปากด้วยเทคนิคนี้ถูกออกแบบมาให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 6 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
- การตรวจประเมินด้วย CT Scan: ทันตแพทย์เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 3 มิติ เพื่อวิเคราะห์ความหนาแน่นของกระดูกและกำหนดตำแหน่งฝังรากเทียมอย่างแม่นยำ
- วางแผนการรักษา: นำข้อมูลมาจำลองภาพในซอฟต์แวร์ เพื่อออกแบบแผงฟันและเตรียมเครื่องมือนำร่อง (Surgical Guide)
- เตรียมช่องปากและถอนฟัน: ในวันผ่าตัด หากมีฟันซี่เดิมที่ใช้งานไม่ได้หลงเหลืออยู่ ทันตแพทย์จะทำการถอนออกพร้อมทำความสะอาด
- ฝังรากฟันเทียม: ทำการฝังรากเทียมไทเทเนียมทั้ง 4 ตำแหน่งลงในกระดูกขากรรไกรตามแผนที่วางไว้
- ใส่แผงฟันชั่วคราว: ยึดแผงฟันชั่วคราวแบบติดแน่นเข้ากับรากเทียม (ในเคสที่รากเทียมมีความมั่นคงเพียงพอตามการประเมินของแพทย์) เพื่อให้คนไข้มีฟันกลับไปใช้งานเบื้องต้น
- ใส่แผงฟันถาวร: หลังจากทิ้งระยะให้รากเทียมผสานเข้ากับกระดูกอย่างสมบูรณ์ (ประมาณ 3-6 เดือน) ทันตแพทย์จะนัดหมายเพื่อพิมพ์ปากและเปลี่ยนเป็นแผงฟันถาวรที่แข็งแรงและสวยงามที่สุด
ทักมาส่งภาพถ่ายและปรึกษาเบื้องต้น หมอมากประสบการณ์ Smile Seasons พร้อมประเมินแนวทางให้คุณกลับมาเคี้ยวอาหารได้อย่างมั่นใจ
ฟันทั้งปากที่มั่นคง เริ่มต้นได้วันนี้
การตัดสินใจบูรณะฟันทั้งปากด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตระยะยาว Smile Seasons Dental Clinic เปิดให้บริการทุกวัน 10.00 - 20.00 น. โดยมีทันตแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมช่องปากและรากฟันเทียมพร้อมดูแลเคสซับซ้อน ครอบคลุมทั้ง 10 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทัก LINE @smileseasons เพื่อปรึกษาฟรีและส่งภาพถ่ายให้คุณหมอประเมินเบื้องต้นได้ทันที
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต่างกันที่จำนวนรากเทียมที่ใช้เป็นหลักยึด All-on-4 ใช้รากเทียม 4 ตัว เหมาะสำหรับคนที่มีกระดูกขากรรไกรปกติ ส่วน All-on-6 ใช้รากเทียม 6 ตัว ช่วยกระจายแรงเคี้ยวได้ดีกว่า เหมาะสำหรับคนที่มีกระดูกบางหรือมีแรงกัดสูง
ระหว่างทำทันตแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อควบคุมความเจ็บปวด หลังยาชาหมดอาจมีอาการตึงหรือบวมในช่วง 1-3 วันแรก ซึ่งความรู้สึกเจ็บแตกต่างกันไปในแต่ละคน สามารถทานยาเพื่อบรรเทาอาการได้ตามคำแนะนำ
สามารถทำได้ในหลายเคสครับ เทคนิคนี้ออกแบบมาให้ยึดแผงฟันชั่วคราวได้ทันทีหลังฝังเสร็จ (Same-day implants) แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความมั่นคงของรากเทียมและสภาพกระดูกของคนไข้ตามการประเมินของทันตแพทย์
ตัวรากฟันเทียมอาจอยู่ได้นานมากหรือหลายสิบปี หากดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกต้อง ไม่มีโรคเหงือก และไม่สูบบุหรี่ ส่วนแผงฟันติดแน่นด้านบนอาจมีอายุการใช้งานประมาณ 10-15 ปี ขึ้นอยู่กับวัสดุ การใช้งาน และการดูแลรักษา
เมื่อใส่แผงฟันถาวรและรากเทียมยึดติดกับกระดูกสมบูรณ์แล้ว จะสามารถเคี้ยวอาหารได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากขึ้น และรู้สึกมั่นคงแข็งแรงกว่าการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ทั่วไป
ผู้เขียนบทความ
อ.ทพ.ดร.สุพลเทพ ตีระกนก (หมออู๊ด)
- Certificate of Advanced Graduate Study in Periodontology, Boston University, USA
- Doctor of Sciences in Dentistry in Periodontology, Boston University, USA (ปริญญาเอก)
- Master of Education, The University of Illinois at Urbana-Champaign, USA
- Master of Science in Clinical Education, The University of Edinburgh, UK
- อาจารย์ประจำคณะทันตแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
- ทันตแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2)