โรครำมะนาด คืออะไร อาการ สาเหตุ และวิธีรักษา 2026

โรครำมะนาดหรือโรคปริทันต์ อาการ สาเหตุ และวิธีรักษา 2026
โรครำมะนาดทำลายเนื้อเยื่อและกระดูกที่รองรับฟัน จึงควรตรวจเมื่อมีเลือดออก เหงือกร่น หรือฟันโยก

โรครำมะนาดคือโรคปริทันต์อักเสบที่ทำลายเหงือก เอ็นยึดฟัน และกระดูกที่รองรับฟัน มักเริ่มจากคราบจุลินทรีย์สะสมบริเวณขอบเหงือก แต่ความรุนแรงขึ้นกับการตอบสนองของร่างกายและปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย อาการที่สังเกตได้ ได้แก่ เหงือกบวม เลือดออก กลิ่นปาก เหงือกร่น ฟันดูยาวขึ้น มีหนอง เจ็บเคี้ยว หรือฟันโยก อย่างไรก็ตาม โรคอาจลุกลามโดยไม่ปวด

รำมะนาดต่างจากเหงือกอักเสบตรงที่เกิดการสูญเสียเนื้อเยื่อยึดเกาะหรือกระดูกรอบฟันแล้ว ความเสียหายส่วนนี้ไม่ได้กลับคืนเองทั้งหมด แต่ทันตแพทย์สามารถควบคุมการอักเสบ ชะลอโรค และช่วยเก็บฟันไว้ได้เมื่อรักษาและติดตามต่อเนื่อง

ควรรับการประเมินเร่งด่วน: หากเหงือกหรือใบหน้าบวมลาม มีไข้ หนองมาก อ้าปากได้น้อย กลืนหรือหายใจลำบาก หรือฟันโยกหลังอุบัติเหตุ ไม่ควรรอให้อาการยุบเอง

โรครำมะนาดคืออะไร ต่างจากเหงือกอักเสบอย่างไร

คำว่า “รำมะนาด” โดยทั่วไปหมายถึงโรคปริทันต์อักเสบ หรือ periodontitis ซึ่งเป็นโรคอักเสบเรื้อรังของเนื้อเยื่อที่พยุงฟัน คราบจุลินทรีย์ที่ค้างบริเวณขอบเหงือกกระตุ้นการอักเสบ เมื่อโรคลุกลาม ร่องระหว่างเหงือกกับฟันจะลึกขึ้น เชื้อและหินปูนลงไปอยู่ใต้เหงือก เอ็นยึดฟันและกระดูกเบ้าฟันจึงถูกทำลาย

ความแตกต่างระหว่างเหงือกอักเสบกับโรคปริทันต์อักเสบ
ตำแหน่งที่ได้รับผลการอักเสบอยู่ที่เนื้อเหงือกกระทบเหงือก เอ็นยึดฟัน และกระดูกรอบฟัน
กระดูกรอบฟันยังไม่พบการสูญเสียจากโรคมีการสูญเสียกระดูกหรือการยึดเกาะ
การกลับคืนควบคุมและกลับสู่ภาวะสุขภาพได้เมื่อกำจัดสาเหตุควบคุมโรคได้ แต่ความเสียหายเดิมไม่กลับคืนเองทั้งหมด
แนวทางหลักควบคุมคราบและทำความสะอาดโดยผู้เชี่ยวชาญรักษาใต้เหงือก ประเมินซ้ำ และดูแลตามระยะ

การมีเลือดออกไม่ได้บอกระยะโรคด้วยตัวเอง บางคนมีเหงือกอักเสบแต่ยังไม่สูญเสียกระดูก ขณะที่ผู้สูบบุหรี่บางรายอาจมีเลือดออกน้อยทั้งที่โรคลุกลาม การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยการตรวจจริง

อาการรำมะนาดและสัญญาณที่ไม่ควรรอ

อาการโรครำมะนาดตั้งแต่เลือดออก เหงือกร่น จนถึงฟันโยก
โรคปริทันต์อาจไม่ปวดในระยะแรก การตรวจร่องเหงือกและภาพรังสีช่วยบอกความเสียหายที่มองไม่เห็น
  • เหงือกบวม แดง หรือเลือดออกง่าย โดยเฉพาะขณะแปรงฟันหรือทำความสะอาดซอกฟัน
  • กลิ่นปากหรือรสผิดปกติเรื้อรัง แม้ทำความสะอาดแล้ว
  • เหงือกร่นและฟันดูยาวขึ้น อาจมีอาการเสียวบริเวณรากฟันร่วมด้วย
  • มีช่องระหว่างฟันหรือฟันเคลื่อน แนวฟันและการสบฟันเปลี่ยนจากเดิม
  • เจ็บเวลาเคี้ยว มีหนอง หรือตุ่มบวม อาจสัมพันธ์กับฝีปริทันต์และต้องตรวจเร็ว
  • ฟันโยก อาจเกิดเมื่อสูญเสียกระดูกมาก แต่ยังต้องแยกจากการสบกระแทกและสาเหตุอื่น

ผู้ที่มีเพียงเลือดออกตามไรฟันก็ไม่ควรรอให้ฟันโยกก่อนตรวจ เพราะการตรวจพบเร็วช่วยให้ควบคุมโรคได้ง่ายกว่า หากมีเหงือกบวมเป็นหนอง อ่านแนวทางฝีปริทันต์และติดต่อคลินิกเพื่อประเมินความเร่งด่วน

โรครำมะนาดเกิดจากอะไร ใครมีความเสี่ยงสูง

สาเหตุหลักเริ่มจากคราบจุลินทรีย์ที่เกาะบนฟัน เมื่อกำจัดไม่หมด คราบบางส่วนแข็งเป็นหินปูนและสร้างพื้นผิวให้คราบเกาะซ้ำ การอักเสบเรื้อรังทำให้เกิดร่องลึกปริทันต์และการทำลายเนื้อเยื่อรองรับฟัน แต่ระดับความเสียหายของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะมีปัจจัยด้านพฤติกรรม สุขภาพ และพันธุกรรมร่วมด้วย

  • สูบบุหรี่หรือใช้ยาสูบ เพิ่มความเสี่ยงและอาจทำให้ผลรักษาไม่ดีเท่าที่ควร
  • เบาหวานที่ควบคุมไม่ดี มีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรคปริทันต์
  • ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะซอกฟัน ฟันซ้อน และบริเวณเครื่องมือในช่องปาก
  • เคยเป็นโรคปริทันต์มาก่อน ต้องดูแลตามระยะเพื่อควบคุมการกลับเป็นซ้ำ
  • ยาบางชนิด ปากแห้ง ภูมิคุ้มกัน และพันธุกรรม อาจมีผลต่อเหงือกหรือการตอบสนองต่อเชื้อ
  • การสบฟันผิดปกติหรือแรงกัดมาก อาจทำให้ฟันที่สูญเสียการรองรับอยู่แล้วมีอาการชัดขึ้น

โรคนี้ไม่ได้เกิดจากหินปูนอย่างเดียว และไม่ใช่โรคติดต่อจากการใช้ของร่วมกันแบบง่าย ๆ การประเมินต้องรวมประวัติสูบบุหรี่ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ การทำความสะอาด และสภาพฟันทุกตำแหน่ง

ทันตแพทย์ตรวจโรคปริทันต์อย่างไร

  1. ซักประวัติ ถามอาการ ระยะเวลา การสูบบุหรี่ เบาหวาน ยาที่ใช้ และประวัติรักษาเหงือก
  2. ตรวจคราบและการอักเสบ ดูสีเหงือก เลือดออก หนอง เหงือกร่น ฟันโยก และการสบฟัน
  3. วัดร่องลึกปริทันต์ ใช้เครื่องมือตรวจรอบฟันเพื่อประเมินร่องเหงือก เลือดออก และระดับการยึดเกาะ
  4. ถ่ายภาพรังสีตามข้อบ่งชี้ เพื่อดูระดับกระดูก รูปร่างรากฟัน หินปูนใต้เหงือก และปัญหาอื่นที่เกี่ยวข้อง
  5. กำหนดระยะและความเสี่ยง พิจารณาความรุนแรง ความซับซ้อน การสูญเสียฟัน และแนวโน้มการดำเนินโรคเพื่อวางแผนรักษา

การดูจากภาพเหงือกหรืออาการเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกระยะ I ถึง IV ได้อย่างแม่นยำ ตัวเลขร่องเหงือกต้องแปลร่วมกับระดับการยึดเกาะ ภาพรังสี และสาเหตุอื่น เช่น ฟันร้าวหรือการติดเชื้อจากโพรงประสาท

โรครำมะนาดรักษาอย่างไร และราคาเท่าไหร่ 2026

เป้าหมายการรักษาคือควบคุมเชื้อและการอักเสบ ลดร่องลึกที่เป็นแหล่งสะสมคราบ รักษาฟันที่พยากรณ์โรคเหมาะสม และทำให้ผู้ป่วยทำความสะอาดได้ต่อเนื่อง แผนรักษามักเริ่มจากการสอนทำความสะอาด ควบคุมปัจจัยเสี่ยง และกำจัดคราบกับหินปูนเหนือและใต้เหงือก จากนั้นจึงประเมินผลก่อนตัดสินใจผ่าตัด

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

การเกลารากฟันช่วยกำจัดคราบและหินปูนที่ยึดกับผิวรากใต้เหงือก อาจแบ่งรักษาเป็นซี่หรือ quadrant และใช้ยาชาเฉพาะที่ตามความเหมาะสม หลังเนื้อเยื่อมีเวลาตอบสนอง ทันตแพทย์จะวัดร่องเหงือกและเลือดออกซ้ำเพื่อดูว่าต้องรักษาเพิ่มหรือไม่

การผ่าตัดและการรักษาเสริม

หากยังมีร่องลึก ตำแหน่งทำความสะอาดยาก หรือกระดูกถูกทำลายมาก ปริทันตแพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเปิดเหงือกเพื่อทำความสะอาด ปรับรูปกระดูก หรือปลูกกระดูกในตำแหน่งที่มีข้อบ่งชี้ ฟันโยกบางตำแหน่งอาจต้องทำเฝือก แต่เฝือกไม่ทดแทนการควบคุมการติดเชื้อ ฟันที่ไม่สามารถเก็บได้อาจต้องถอนหลังประเมินทางเลือกทั้งหมด

ค่ารักษาที่เกี่ยวข้องกับโรคปริทันต์ ณ Smile Seasons Dental Clinic ปี 2026
เกลารากฟัน500 บาท/ซี่รักษาบริเวณเฉพาะตามผลตรวจ
เกลารากฟัน1,800 - 2,000 บาท/quadrantรักษาเป็นส่วนของช่องปาก
ดูแลรักษาปริทันต์ตามระยะ2,000 บาท/ครั้งติดตามและควบคุมโรคหลังการรักษา
ผ่าตัดตกแต่งเหงือกและกระดูกเบ้าฟัน6,000 - 8,000 บาท/ตำแหน่งมีข้อบ่งชี้หลังประเมินผลการรักษาเบื้องต้น
ผ่าตัดปลูกกระดูกแก้รอยโรคปริทันต์9,000 - 12,000 บาท/ตำแหน่งไม่รวมค่าวัสดุเสริมกระดูกและต้องประเมินรูปแบบรอยโรค
เฝือกฟันเพื่อยึดฟันโยก1,500 บาท/ตำแหน่งช่วยพยุงฟันในเคสที่เหมาะสม

* ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินค่ารักษาจริง

โรครำมะนาดรักษาหายไหม และใช้เวลานานเท่าไร

โรคปริทันต์เป็นภาวะเรื้อรังที่ควบคุมได้ แต่กระดูกและการยึดเกาะที่สูญเสียไปไม่ได้สร้างกลับเองทั้งหมดหลังทำความสะอาด การรักษาที่ได้ผลจึงหมายถึงการอักเสบลดลง ร่องเหงือกดีขึ้น ไม่มีหนอง ผู้ป่วยทำความสะอาดได้ และโรคไม่ทำลายต่อ บางรอยโรคอาจเหมาะกับการรักษาเพื่อสร้างเนื้อเยื่อใหม่ แต่ผลขึ้นกับตำแหน่งและลักษณะความเสียหาย

จำนวนครั้งและระยะเวลาขึ้นกับความรุนแรง จำนวน quadrant ปัจจัยเสี่ยง และการตอบสนองหลังรักษา ระยะเริ่มต้นอาจจบการรักษาหลักด้วยการเกลารากฟันและประเมินซ้ำ ส่วนระยะซับซ้อนอาจต้องผ่าตัดหรือรักษาร่วมกับสาขาอื่น หลังโรคสงบยังต้องเข้ารับ periodontal maintenance ตามช่วงที่ทันตแพทย์กำหนด ไม่ควรใช้กำหนดทุก 6 เดือนกับทุกคน เพราะผู้มีความเสี่ยงสูงอาจต้องติดตามถี่กว่า

วิธีดูแลเหงือกและลดโอกาสรำมะนาดกลับเป็นซ้ำ

  • แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ โดยวางขนแปรงให้เข้าถึงขอบเหงือกอย่างอ่อนโยน
  • ทำความสะอาดซอกฟันทุกวันด้วยไหมขัดฟัน แปรงซอกฟัน หรืออุปกรณ์ที่ทันตแพทย์เลือกให้เหมาะกับช่องว่าง
  • หยุดสูบบุหรี่และแจ้งการใช้ยาสูบทุกรูปแบบก่อนรักษา
  • ควบคุมเบาหวานและแจ้งโรคประจำตัวกับยาที่ใช้ให้ทันตแพทย์ทราบ
  • มาตามนัดประเมินซ้ำและดูแลรักษาปริทันต์ แม้อาการเลือดออกหรือกลิ่นปากลดลงแล้ว
  • ไม่ขูดหินปูนใต้เหงือก ใช้ยา หรือซื้อยาปฏิชีวนะรักษาเอง

การขูดหินปูนตามระยะช่วยกำจัดคราบแข็งที่แปรงไม่ออก แต่ผู้ที่มีร่องลึกและโรคปริทันต์อาจต้องเกลารากฟันหรือรักษาเพิ่มเติม การไม่มีอาการไม่ได้หมายความว่าโรคหยุด จึงควรยึดผลตรวจมากกว่าความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

เลือดออก เหงือกร่น หรือเริ่มรู้สึกว่าฟันโยก?

ส่งอาการ ระยะเวลาที่เป็น และสาขาที่สะดวกทาง LINE เพื่อสอบถามข้อมูลก่อนนัดตรวจปริทันต์

นัดปรึกษาฟรี ทาง LINE

ตรวจร่องเหงือกก่อนฟันโยกช่วยเพิ่มโอกาสเก็บฟัน

โรครำมะนาดอาจดำเนินต่อโดยแทบไม่ปวด การรอจนฟันโยกทำให้การรักษาซับซ้อนและโอกาสเก็บฟันลดลง หากมีเลือดออก กลิ่นปาก เหงือกร่น หนอง หรือการสบฟันเปลี่ยน ควรตรวจร่องลึกปริทันต์และภาพรังสีตามข้อบ่งชี้ Smile Seasons Dental Clinic เปิดทุกวัน 10.00 - 20.00 น. ทั้ง 10 สาขา โทร 02-114-3274

คำถามที่พบบ่อยเรื่องโรครำมะนาด

แหล่งอ้างอิง

  1. National Institute of Dental and Craniofacial Researchสาเหตุ อาการ การตรวจ และแนวทางรักษาโรคปริทันต์nidcr.nih.gov ↗
  2. Centers for Disease Control and Preventionความแตกต่างของเหงือกอักเสบกับ periodontitis อาการ และปัจจัยเสี่ยงcdc.gov ↗
  3. European Federation of Periodontologyแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการรักษา periodontitis ระยะ I ถึง III แบบเป็นขั้นตอนefp.org ↗
  4. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลข้อมูลภาษาไทยเรื่องสาเหตุ อาการ และผลกระทบของโรคปริทันต์si.mahidol.ac.th ↗

ผู้เขียนบทความ

ทพญ.นววรรณ โสภณ (หมอกิ๊บ)

ทพญ.นววรรณ โสภณ (หมอกิ๊บ)

  • ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • วุฒิบัตรปริทันตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทันตแพทยสภา
นัดปรึกษาคุณหมอ
Smile Seasons Logo
อยากปรึกษาทันตแพทย์?
สอบถามข้อสงสัย หรือนัดหมาย ออนไลน์ได้ทันที
LINE Icon ปรึกษาผ่าน LINE
เปิดทุกวันเวลา 10:00 – 20:00 น.

โทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: 02-114-3274